งงมั้ย?หรือมีเรื่องซ่อนเร้น

งงมั้ย?หรือมีเรื่องซ่อนเร้น

‘จาตรุนต์’ ชี้ อนุทิน-ประยุทธ์ ขวางเอกชนนำเข้าวัคซีนด้วยกันทั้งคู่

 
 
 

อย่าโทษใครคนเดียว! ‘จาตรุนต์’ ชี้ อนุทิน-ประยุทธ์ ขวางเอกชนนำเข้าวัคซีนด้วยกันทั้งคู่

เมื่อวันที่ 3 พ.ค.  นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี เขียนข้อความแสดงความเห็นกรณี ข่าวนายศุภชัย ใจสมุทร รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตอบโต้ สุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส ที่วิจารณ์ออกรายการทีวี ช่วงหนึ่ง ว่ารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขัดขวาง เอกชนร่วมจัดหาวัคซีนยี่ห้ออื่น โดย ระบุว่า    ที่ภูมิใจไทยโวยว่าอนุทินขวางเอกชนนำเข้าวัคซีนเป็นเฟคนิวส์ก็มีเหตุผลอยู่ เพราะเป็นการให้ความจริงที่ไม่ครบ ความจริงทั้งอนุทินและประยุทธ์ขวางเอกชนนำเข้าวัคซีนด้วยกันทั้งคู่

นายจาตุรนต์ ระบุว่า  รัฐบาลฟิลิปปินส์เจรจากับ moderna เพื่อขอซื้อวัคซีนจำนวน 13 ล้านโดส แล้วมีมีภาคเอกชนมาร่วมเจรจาด้วยและขอสมทบ ซื้อเพิ่มอีก 7 ล้านโดส เพื่อเอาไปฉีดให้บุคลากรด่านหน้า สุดท้ายปิดดีลที่ 20 ล้านโดส และส่งมอบวัคซีนประมาณกลางปีนี้

นี่เป็นตัวอย่างว่าบทบาทของเอกชนเป็นประโยชน์ได้

 

การที่เอกชนไทยรวมตัวกันเสนอให้รัฐบาลหาวัคซีนเพิ่มและพร้อมจะร่วมมือจัดหาวัคซีนมาให้บุคลากรของตน เป็นการเพิ่มทางเลือกแก่ประชาชน เพิ่มจำนวนวัคซีนและจะทำให้การฉีดวัคซีนเร็วขึ้น ประชาชนจะปลอดภัยมากขึ้น เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจด้วย น่าเสียดายที่รัฐบาลปฏิเสธความร่วมมือนี้

 

รัฐบาลควรจะทบทวนนโยบายปิดกั้นขัดขวางการมีส่วนร่วมของเอกชนในการจัดหาวัคซีน การผูกขาดวัคซีนอย่างที่ผ่านมาทำให้ประเทศมีความเสี่ยงอย่างมาก หากการผลิตหรือนำเข้าไม่เป็นไปตามแผน จะเสียหายกันหมด การมีคนมาช่วยรัฐบาลย่อมช่วยลดความเสี่ยงในการฉีดวัคซีนล่าช้า

 
นำเข้าวัคซีนเสรีใครมีเงินก็จ่ายเองลดภาระรัฐบาลจะได้นำเงินไปช่วยคนอื่นๆได้เยอะขึ้น แต่รัฐบาลไม่ยอม
งงมั้ย?หรือมีเรื่องซ่อนเร้น
 
 
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0

3 ความเห็น

 
ICT

อดีตอธิการ มธ. เผย เคยคิด ‘ย้ายประเทศ’ เลิกพูดภาษาไทย ก่อนขึ้นเครื่องบินได้ยินเพลง ‘หนักแผ่นดิน’

https://www.matichon.co.th/politics/news_2703816

 

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม สืบเนื่องกรณีปรากฏการณ์เข้ากรุ๊ปเฟซบุ๊ก “ย้ายประเทศกันเถอะ” ซึ่งล่าสุดมีสมาชิกเกือบ 5 แสนราย

ศาสตราจารย์  ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า ครั้งหนึ่งตนก็เคยมีความคิดที่จะย้ายประเทศเช่นกัน โดยสืบเนื่องจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และถึงขนาดเคยคิดว่าจะเลิกพูดภาษาไทย

“เพราะอาชญากรรมรัฐไทย ของชนชั้นปกครองไทย ที่กระทำต่อ อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ต่อ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และราษฎร 6 ตุลา 2519 ผมหลบ ๆ อยู่บ้านยาย ที่ปากน้ำ 3 เดือน ทำเรื่องขอลาไปต่างประเทศ ได้ไปญี่ปุ่น ดร.ประเสริฐ ณ นคร ปลัดทบวงฯ ลงนามอนุมัติให้ผมออกไป ผมไปขึ้นเครื่องที่ดอนเมือง
จำได้ว่า ที่นั่นเปิดเพลงสุดท้ายที่ผมได้ยิน คือ หนักแผ่นดิน เมื่อเครื่องเหาะขึ้นอากาศ
ผมมองลงมา และพูดในใจว่า ลาก่อน ผมตั้งใจว่าจะไม่กลับมาอีก และคิดว่าจะเลิกพูดภาษาไทย

ผมไปอยู่ ม.เกียวโต 1 ปีเต็ม ๆ ปี 2520 ผมได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ความคิดใหม่ ๆ ปีนั้นเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ทำรัฐประหารล้มรัฐบาลธาณินทร์ กรัยวิเชียร

ผมเลยเปลี่ยนใจกลับมาค ในช่วงปี 2521-2522 มีความเปลี่ยนแปลงที่สร้างความหวังใหม่ ๆ โดยเฉพาะสมัยรัฐบาลเปรม สมัย ผบ.ทบ.อย่างชวลิต ยงใจยุทธ

 

สิ้นสุดสงครามเย็น จีนแดงกลายเป็นมหามิตร ภายใน มีท่าทีว่าจะประนีประนอมกันได้ เช่นนโยบาย 66/23
ประเทศไทยดูมีความหวัง ทั้งศ.กิจ ทั้งการเมือง ทำท่าจะไปรอด และอาจโชติช่วงชัชวาล

 

แน่นอน ฝัน ความหวังของเราสลายไปด้วยรัฐประหาร ของบิ๊ก ๆ อย่างสุนทร-สุจินดา
และพฤษภาเลือด 2535 แล้วยังถูกซ้ำเติมด้วยการเมืองทราม
รัฐประหารน้ำเน่า ในปี 2549 และ 2557

ผมยังทำงานต่อใน มธ. ทั้งเรื่องวิชาการ ทั้งเรื่องจิตวิญญานธรรมศาสตร์ ทั้งเรื่องท่านปรีดี อ.ป๋วย
ผมเลิกคิดเรื่อง ย้ายประเทศ เพียงแต่ชอบไปต่างประเทศบ่อย ๆ ตอนนี้ก็แก่เกิน ‘ย้าย’ แล้วครับ
อยู่ช่วยเด็ก ๆ ช่วยคนรุ่นใหม่ ๆ ดีกว่า ผมตั้งความหวังว่าจะรอดโรคห่าโควิดไปให้จงได้

เชื่อไหมเมื่อโรคห่ากาฬโรค ลงกินบ้านกินเมืองเมื่อ 670 ปีมาแล้ว
พระเจ้าอู่ทอง พาไพร่พลหนีโรคห่ามาได้ แล้วก็สถาปนาสังคมใหม่ขึ้น ณ กรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 1893″ ศาสตราจารย์ ดร.ชาญวิทย์กล่าว

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

ไอ้ตู่ไอ้หนู 2 คนโคตรเห้เลย

โกรธแล้ว

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0