ตั้งสติกันเถอะ !!! อย่าปกป้องจนไม่ลืมตา!

ตั้งสติกันเถอะ !!! อย่าปกป้องจนไม่ลืมตา!

https://www.dailynews.co.th/entertainment/841195

'ครูลูกกอล์ฟ'ขอดึงสติเชียร์รัฐ วอนอย่าปกป้องจนไม่ลืมตา!

"ครูลูกกอล์ฟ" ขอโพสต์เตือนสติ วอนอย่าเชียร์รัฐบาลเหมือนแฟนคลับ ลั่นอย่าปกป้องจนไม่ลืมหูลืมตา ต้องตั้งคำถามและรับข้อมูลจากฝ่ายที่เห็นต่างบ้าง ถ้าอยากเห็นประเทศดี ต้องกดดันให้ถูกคน!

อังคารที่ 4 พฤษภาคม 2564 เวลา 10.45 น.

เป็นอีกหนึ่งคนดังที่ออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองอย่างดุเดือดอยู่ในขณะนี้ สำหรับ "ครูลูกกอล์ฟ" คณาธิป สุนทรรักษ์ ครูสอนภาษาอังกฤษ และพิธีกรชื่อดัง ที่ล่าสุดได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ระบุว่า "นี่คือการวิงวอนขอร้องค่ะ #ความเห็นไม่ใช่ความจริง" พร้อมเผยว่า ลูกกอล์ฟเชื่อว่า คนที่ตามลูกกอล์ฟมีหลายฝ่าย วันนี้ลูกกอล์ฟจะมาวิงวอนขอร้องให้หยุด เชียร์รัฐบาล เหมือนแฟนคลับเชียร์ศิลปิน เถอะค่ะ

"พวกเขาเข้ามาบริหารประเทศค่ะ ซึ่งเป็นหน้าที่อยู่แล้ว ที่ต้องดูแลคนทั้งประเทศ ไม่ได้เข้ามาเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับแฟนคลับ ทุกการบริหารที่ผิดพลาด ส่งผลต่อคนไทยทั้งหมด ถ้ารัฐบาลบริหารงานผิดพลาด ตรงไหน การช่วยกันพูด การช่วยกันวิจารณ์ ทำได้นะคะ" ถ้าใครได้ประโยชน์จากการบริหารของรัฐบาลชุดนี้ แล้วคอยปกป้องตลอด ยังพอเข้าใจนะคะ" แต่คนมากมาย ที่ปกป้องรัฐบาลแบบไม่ลืมหูลืมตา ดันเป็นคนที่ได้ประโยชน์น้อยมากจากปัญหาเชิงโครงสร้างและระบบที่พัง ดังนั้นตั้งสติค่ะ เริ่มต้นด้วยการตั้งคำถาม และรับข้อมูลจากฝ่ายที่เห็นต่างบ้าง น่าจะดีนะคะ จะอยู่ฝ่ายไหน ถ้าอยากให้ประเทศดีขึ้นในหลาย ๆ มิติ กดดันให้ถูกคนค่ะ#ความเห็นไม่ใช่ความจริง

โดยภายหลังจากที่โพสต์ของ "ครูลูกกอล์ฟ" เผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตรวมไปถึงคนดังในวงการบันเทิง ได้เข้ามาคอมเมนต์แสดงความเห็นด้วยกันเป็นจำนวนมาก...

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @loukgolflg

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1

5 ความเห็น

 
ICT
"ผู้นำ" เดิมพันชาติรอด

ศักยภาพ “ผู้นำ” มีผลต่อ “การดำรงอยู่” หรือ “ล่มสลาย” ของ “รัฐ” อย่างปฏิเสธไม่ได้โดยปรากฏการณ์ที่เห็นกันชัดๆ จากช็อตที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐอเมริกา กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมร่วมของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเป็นครั้งแรก ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ในวาระครบ 100 วันแรก ที่สาบานตนขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำอเมริกัน

ประกาศลั่นด้วยความมั่นใจ อเมริกาพร้อมจะออกบิน และก้าวนำโลกอีกครั้ง

โชว์ผลงานโบแดง โครงการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของสหรัฐฯ และเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในด้านโลจิสติกส์ พร้อมชูธง ต่อไปนี้สหรัฐฯจะมุ่งเน้นเรื่องการสร้างเศรษฐกิจอีกครั้งต่อสู้กับความไม่เสมอภาค ซึ่งจะเป็นแผนงานที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา

โจ ไบเดน” นำสหรัฐอเมริกาตั้งหลักยืนได้เร็ว พร้อมวิ่งไปข้างหน้า

เทียบกับสถานการณ์ ย้อนเวลานับถอยหลังไปเมื่อ 100 วันที่แล้ว ณ วันที่ 20 มกราคม 2564 “โจ ไบเดน” ทำพิธีรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 46 ตามฉากวิปโยคของสหรัฐอเมริกาภายใต้ การบริหารของอดีตประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ผู้นำคาวบอย ยังเต็มไปด้วยมหาวิกฤติซ้อนวิกฤติ

จ่อโหมดรัฐล่มสลาย มีการปล้นสะดม ผู้คนถืออาวุธปืนแข็งข้อกับกฎหมาย ท่ามกลางสถิติคนติดเชื้อโควิดเป็นอันดับหนึ่งของโลก ป่วย ตาย ระนาว แทรกด้วยความปั่นป่วนวุ่นวายทางการเมืองจากฝ่ายสนับสนุน “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่บุกยึดรัฐสภา สร้างรอยด่างให้พี่ใหญ่ประชาธิปไตยโลก

ผู้นำบ้าดีเดือด “โดนัลด์ ทรัมป์” นำอเมริกา เข้าป่าลงเหว

แต่แค่ 100 วันผ่านไป “โจ ไบเดน” เข้ามานำสหรัฐฯกลับสู่ทิศทางไปสู่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ กำลังชนะสงครามโควิด ข้ามช็อตลุยฟื้นเศรษฐกิจ ตั้งลำยึดแท่นผู้นำโลกเหมือนเดิม

ตัดฉากกลับมาที่ประเทศไทย เมื่อ 100 วันที่แล้ว เทียบกันในห้วงที่สหรัฐอเมริกาเปลี่ยนผู้นำคนใหม่ สถานการณ์เชื้อโควิดตัวเลขยังอยู่ในระดับ 40–50 ราย เริ่มทุเลาจากการระบาดระลอก 2 แรงงานเถื่อนนำเชื้อเข้ามาระบาดในคลัสเตอร์สมุทรสาคร ต่อเนื่องกับบ่อนเถื่อนในภาคตะวันออก

บางจังหวัด บางพื้นที่ เริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์

ผู้นำรัฐบาลอย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ที่นั่งหัวโต๊ะทีม ศบค.ยังมั่นใจว่า “เอาอยู่” อารมณ์แบบที่ไม่สั่งวัคซีนจำนวนมาก เพราะไทยเราคุมโควิดได้ดี

และมันเป็นอะไรที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

100 วันผ่านไปของประเทศไทยจากที่คนติดเชื้อโควิดหลักสิบราย ไม่มีคนตาย ถึงวันนี้ตัวเลขคนไทยติดเชื้อไวรัสมรณะรายวันทะลัก ทำนิวไฮไต่ระดับเกือบแตะหลัก 3 พันคน

มีคนตายทุกวันทำยอดนิวไฮทะลุ 30 ราย ยอดสะสมจ่อใกล้ 200 ศพ

จากการระบาดโควิดระลอก 3 ที่ลามจากคลัสเตอร์สถานบันเทิงย่านทองหล่อ ติดเชื้อกันตั้งแต่ระดับรัฐมนตรี ไฮโซ ดารา นักร้อง ชนชั้นนำในสังคม ไปยันชนชั้นรากหญ้า

ยกระดับเป็น “ซุปเปอร์สเปรดเดอร์” แพร่กระจายไร้ทิศทาง

ล้อกับวิกฤติโรงพยาบาลล้น เตียงไม่พอรับผู้ป่วยติดเชื้อ ต้องติดค้างอยู่ที่บ้าน แพร่เชื้อให้ครอบครัว เพิ่มจำนวนคนป่วยต่อเนื่อง ต้องตั้งโรงพยาบาลสนาม ห้องไอซียูสนาม เครื่องช่วยหายใจเริ่มไม่พอกับจำนวนคนไข้วิกฤติ อาการโคม่า ที่จ่อแตะพันราย

เสียงหัวเราะคนไทยหายไปสนิท เพราะตลกขวัญใจมหาชนอย่าง “น้าค่อม ชวนชื่น” ยังเป็นเหยื่อไวรัสมรณะ เสียชีวิตแบบกะทันหันภายในไม่กี่วัน

เขย่าขวัญคนไทย เกิดอาการแพนิก ผวาไวรัสล้างโลก

ในขณะที่ความหวังสุดท้ายคือ “วัคซีนโควิด” ยังเป็นอะไรที่ไขว่คว้าได้ในอากาศ ตามตัวเลขลอยๆจากการประกาศของ “บิ๊กตู่” จะลุยฉีดวัคซีน 100 ล้านโดสให้คนไทยร้อยละ 70 ภายในสิ้นปี 2564

เป็นการประกาศล่วงหน้า ตามดีลกับผู้ผลิต โดยที่ประเทศไทยยังไม่มี “วัคซีน” อยู่ในมือ

และแค่เริ่มก็สะดุด การจองฉีดวัคซีนผ่านแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” วันแรกระบบล่ม คนถล่มเข้ามาจอง ตามอาการประชาชนกลัวติดเชื้อตาย มากกว่ากระแสสับสนปมอาการข้างเคียงวัคซีน

มันคือ 100 วัน ที่ช่างแตกต่าง “โจ ไบเดน” ทะยานไปข้างหน้า จังหวะ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ต้องวัดดวง ฮึดสุดท้าย รวบ 31 พ.ร.บ.เวนคืนอำนาจ ครม.มาอยู่ในกำมือ ข้าพเจ้ารับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

ท่ามกลางเสียงโห่ไล่ ไม่เชื่อศักยภาพผู้นำ ฟอร์มทหารอาชีพเอามหาวิกฤติระดับโลกไม่อยู่แน่

ในมุมที่นักวิเคราะห์การเมืองเดาทาง “บิ๊กตู่” กับขุมอำนาจ 3 ป. ทำได้แค่ยื้อ ลากให้ผ่านการจัดทำงบประมาณ 2565 และการโยกย้ายข้าราชการจัดวางกำลัง ชิงความได้เปรียบในสนามเลือกตั้ง

แต่ปัญหามันอยู่ที่ “ยุบสภา” อาจเจอทางตัน ฝ่ายค้านบอยคอต

ที่สำคัญวิกฤติโควิดต้อนเข้ามุมอับมาจนถึงขั้นนี้ ด้วยภาวะความเป็นความตายของคนไทย คงไม่เปิดช่องให้พวกจ้องสืบทอดอำนาจ เล่นแต้มชิงเหลี่ยมการเมือง สถานการณ์ “บิ๊กตู่” ยามนี้ เปรียบเหมือนเจ้ามือถือไพ่แต้มเหนือกว่าคนเล่น ด้วยกติการัฐธรรมนูญ 2560 ลากต่อไปยังไงก็กินรอบวง

ถ้าไม่บังเอิญว่าไฟไหม้บ้านลามถึงครัว ปิดทางออกหมด มหันตภัยโควิดล้อมทุกทาง

ก็ต้องรอดูว่า “บิ๊กตู่” จะเดินทางไหน.

ทีมข่าวการเมือง

https://www.thairath.co.th/news/politic/2083511?utm_source=PANORAMA_TOPIC

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT
หนักๆ ทั้งนั้นเลย

4 พ.ค. 2564 05:07 น.

มีปรากฏการณ์ 4 เรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเมืองไทย แต่ดันมาเกิดขึ้นในยุครัฐบาล นายกฯ ลุงตู่พร้อมกัน

1,การส่งออกข้าวไทย ซึ่งเคยครองแชมป์โลกตลอดกาล บัดนี้เราเสียแชมป์ให้อินเดีย เราเสียตำแหน่งรองแชมป์ให้เวียดนาม

การส่งออกข้าวไทยปีที่แล้วทำได้แค่ 5.7 ล้านตัน ตํ่าที่สุดในรอบ 20 ปี!!

2, การบินไทยสายการบินแห่งชาติ ขาดทุนบักโกรกหนี้สินล้นพ้นตัว ถึงขั้น ล้มละลาย

แผนปรับโครงสร้างหนี้เพื่อกู้ชีพการบินไทยติดไฟแดง เพราะแบงก์เจ้าหนี้ไม่กล้าเติมเงิน

3, รัฐบาลลุงตู่ ทำเศรษฐกิจไทยตกตํ่าสุดกู่ แต่สร้างภาระหนี้ไว้ก้อนมหึมา และยังกู้เงินเพิ่มขึ้นๆทุกปี จนหนี้บานทะโร่ท่วมประเทศไทย

4, วิกฤติโควิดระบาดครั้งใหญ่ ทำให้พี่น้องประชาชนประสบความเดือดร้อนสาหัสที่สุดในรอบหลายสิบปี ธุรกิจเจ๊งเป็นแถบ คนตกงานเต็มบ้านเต็มเมือง

“แม่ลูกจันทร์” มองอย่างเป็นกลาง วิกฤติหลายเรื่องสะสมมานมนาน

แต่ฝีหัวช้างดันแตกในยุคลุงตู่พอดี!

แต่หลายเรื่องก็เกิดขึ้นใน “ยุคลุงตู่เอง” จะโบ้ยให้รัฐบาลอื่นไม่ได้เลย

เมื่อวิกฤติเกิดในยุครัฐบาลลุงตู่ ลุงตู่ก็ต้องรับไปเต็มๆ

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าความสามารถในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เป็น “จุดอ่อน” ของรัฐบาลลุงตู่มาแต่ไหนแต่ไร

เมื่อมีวิกฤติใหญ่ๆหลายๆด้านรุมกระหน่ำใส่รัฐบาลพร้อมๆกัน

กุญแจสำคัญที่สุด คือรัฐบาลต้องสร้างศรัทธาให้ประชาชนรู้สึกเชื่อมั่นรัฐบาล

ทำให้ประชาชนเชื่อว่า นายกฯลุงตู่จะสามารถกอบกู้วิกฤติให้กลับสู่ สภาพปกติได้โดยเร็ว และแน่นอน

แต่ในความเป็นจริง ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลลุงตู่ลดตํ่าลงไปทุกวัน

คำแถลงต่างๆจากรัฐบาลไม่ทำให้ชาวบ้านรู้สึกคล้อยตาม

ต่างจากยุคที่ “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” อดีตรองนายกฯยังเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล

ข้อดีของ ดร.สมคิด คือกล้ายอมรับในข้อผิดพลาดของรัฐบาล อธิบายเหตุผลได้ชัดเจนว่าสาเหตุเกิดจากอะไร? และจะแก้ไขให้ดีขึ้นได้อย่างไร??

แต่เมื่อ “ดร.สมคิด” และ “ทีมสี่กุมาร” โดนลุงตู่เทกระจาดกลางทาง

ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ที่เสียบเข้ามาแทน ไม่มีใครที่สามารถพูดให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ คนใหม่ มัวแต่หลงอยู่ทุ่งลาเวนเดอร์ตะพึดตะพือ

เศรษฐกิจไทยยังไปได้แจ๋ว, จีดีพีปีนี้จะโตไม่ตํ่ากว่า 4 เปอร์เซ็นต์, จีดีพีปีหน้าจะบวก 6 เปอร์เซ็นต์

แต่ชาวบ้านฟังแล้วไม่เชื่อคำโฆษณาของรัฐบาล

เพราะชาวบ้านรับรู้ได้เองว่าสภาพเศรษฐกิจจริงๆเป็นอย่างไร

ภาคเอกชนก็ไม่เชื่อว่าจีดีพีปีนี้จะโต 4 เปอร์เซ็นต์

แม้แต่หน่วยราชการเอง ยังไม่เชื่อว่าจีดีพีปีนี้จะบวก 4 เปอร์เซ็นต์

มีแต่นายกฯลุงตู่กับรองนายกฯสุพัฒนพงษ์เชื่อกันเอง 2 คน

เชิญออกจากทุ่งลาเวนเดอร์ได้แล้วโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

https://www.thairath.co.th/news/politic/2082911?utm_source=PANORAMA_TOPIC

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
มังกือ

บ้าอำนาจ

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
3 ส

ไอ้เห้ตู่

โกรธแล้ว

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2