ผมใส่เพื่อรับเกียรติในวาระนั้นเท่านั้น และในปัจจุบันไม่ใส่แล้ว

ผมใส่เพื่อรับเกียรติในวาระนั้นเท่านั้น และในปัจจุบันไม่ใส่แล้ว

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน และข้อความ

7 ปีที่ผ่านมาที่เปิดหน้าเกรียน ไม่เอารัฐประหาร ไม่เอา คสช.ไม่เอาประยุทธ แทนที่ผมจะได้ผู้คนในแวดวงวรรณกรรมที่น่าจะเข้าใจกันมากขึ้น มันกลับรู้สึกตรงข้าม กล่าวคือเป็น 7 ปีที่ได้พบกับความคลุมเครือ ( Ambiguity ) ความย้อนแย้ง ( Paradox ) และความแปลกแยก ( Alienation ) ที่ต้องใช้ความอดกลั้นมากขึ้น แต่ผมเองก็ได้เรียนรู้ไปในตัวว่า พวกเขาหลายคนข้ามฝั่งไปนานแล้ว ผมเองต่างหากที่ยังตะโกนด้วยความปรารถนาจะได้พวกเขากลับมา พวกเขาเนียนนุ่มมากขึ้น แต่ก็เหมือนยังเหมือนเดิม โดยแสดงให้เห็นว่า สิ่งที่เห็นและเป็นอยู่ที่เนื่องมาจากการขัดขวางการเลือกตั้ง ปิดสถานที่ราชการ ฉีกรัฐธรรมนูญ และการสมรู้ร่วมคิดกัน ทั้งที่โดยตั้งใจและไม่ตั้งใจจนนำไปสู่การทำรัฐประหารของ คสช.เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ที่แวดวงบางคนในวันนั้นให้ความเห็นชื่นชมว่าเป็น "บุญแผ่นดิน" "ให้เวลาเขาหน่อย" "ทหารเขามาเพื่อจะได้จัดการกับระบอบทักษิณ" "ถ้าทหารไม่เข้ามา ป่านนี้ฆ่ากันเลือดนองท้องช้างแล้ว" "ยิ่งลักษณ์โกงจำนำข้าว" "ถนนลูกรังยังไม่หมดจะมีรถไฟความเร็วสูงไปทำไม" "ใช้เผด็จการเป็นนั่งร้าน จะได้ทำงานศิลปวัฒนธรรม" ฯลฯ
เพื่อนพ้องในแวดวงแทบทั้งนั้น ดังนั้นจึงไม่น่าจะแปลกแต่อย่างใดที่พวกเขาก็คงจะรู้สึกย้อนแย้ง คลุมเครือ และแปลกแยกในอาการเกรียนของผม โดยเห็นว่าผมนั้นเป็น "นักเขียนอันธพาล" "ควายแดง ทักษิณซื้อตัวไปแล้ว" หรือไม่ก็ว่า "วิกลจริตคีย์บอร์ด"
เวลาผ่านไป 7 ปี ผมก็ยังอยู่ที่เดิมอย่างที่พวกเขาบอกมานั่นแหละ แต่พวกเขาต่างหากที่หายไปไหนกันหมด เงียบ เนียนนุ่ม ปัจเจกโว้ยย เขียนกันจัง อ่านกันจัง แค่แล้วเรื่องง่ายๆว่าด้วยความเป็นมนุษย์ เช่นสิทธิการประกันตัวตามหลักนิติรัฐ/นิติธรรม และเรื่องการอดอาหารประท้วงที่เกิดขึ้น เพราะ "ศาล" ไม่ปฎิบัติตนให้สง่างาม ในฐานะแวดวงกวี นักเขียน ปัญญาชน ศิลปินที่เคยได้รับรางวัลมีชื่อเสียงมากมาย มีตัวตนเป็น Somebody ในแวดวงการคิดการเขียน กลับเป็นว่า "หายต๋อม" ไปเสียเฉยๆในเรื่องสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน มองในแง่บวก ก็ต้องนับว่าดีแล้ว จะมีอารมณ์ขันแบบไหน หรือจะไป "ปฎิบัติทำ" โดยข้ามไปอยู่ในอีกฝั่งหนึ่งแล้วก็ไม่ว่ากัน ค่อยๆเรียนรู้กันไป ขอเพียงไม่ให้กลับมาเป็นปฎิปักษ์ต่อกันก็พอ โดย ( พยายาม ) ทำความเข้าใจกับความฝันของคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ว่า พวกเขาต่างหากคืออนาคต ส่วนพวกคุณ รวมทั้งตัวผมเอง - ไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว
ถ้า "เพนกวิน" "รุ้ง" และทุกคนที่ถูกกล่าวหาเรื่อง ม.112 ปลอดภัย ได้รับสิทธิการประกันตัวให้ไปสู้กันตามขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรม ผมก็บอกกับตัวเองในวันนี้ว่าจะ ( พยายาม ) ทำความเข้าใจแวดงให้มากขึ้น ความเห็นต่างไม่ใช่เรื่องเสียหาย เป็น "ปัญหาทางความคิด" แบบที่พวกจัดตั้งในยุค พคท.ชอบใช้กัน บางเรื่องใช้ได้ บางเรื่องใช้ไม่ได้ ก็เป็น Problem of Attitude ที่บางครั้งต้องใช้เวลา แต่เวลาที่ผ่านมา 7 ปี ก็เห็นว่าเพื่อนพ้องในวันวารบางคนแก่เกินแกงไปแล้ว แม้จะยังอาวรณ์อยู่ แต่ก็ไม่อาลัยแล้ว ก็ต้องร้องเพลง Let It Be ปล่อยไป ไม่ให้เวลาแล้ว จะหา จะหงา หรือจะเป่าขลุ่ยแบบไหนก็ตาม ก็ไปตามทาง เสรีภาพของใครของมัน อารมณ์ขันก็ของใครของมัน อารมณ์ขื่นก็เช่นกัน ลึกบ้าง ตื้นบ้าง ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง สอดเข้าได้ทั้งนั้น พบกันได้ก็พบ พบกันไม่ได้ก็อยู่คนละฝั่งไป ความฝันนั้นต่างมีเป็นนิรันตร์ และก็คงยกเว้นในบาง "สปีซี่ย์" ที่ข้ามไปอยู่อีกฝั่งหนึ่งไกลเกินไปแล้ว จนตะโกนเรียกกันไม่ได้ยินอีกแล้ว ก็ต้อง Let It Be ปล่อยไป เหมือนเช่นที่ทางนั้นก็คงคิดแบบเดียวกัน
Why Not ?
7 ปีแล้ว พอกันทีสำหรับ "ระบอบประยุทธ" คุณมึงปรับได้ก็ปรับ ปรับไม่ได้ก็ไปตามทาง ทางใครทางมัน อย่าแหลมเข้ามา "ผิดแปลกสภาวะ" ( คำของทวีป วรดิลก ) ก็แล้วกัน วิกลจริตคีย์บอร์ดยังรับการกระแทกได้ ที่ผ่านมาบางเรื่องยังไม่ได้สะสาง และยังรอได้จนกว่าดาวหางชนโลก
--------------------
ที่ปรากฎในภาพคือ "ชุดพระราชทาน" ที่กระทรวงวัฒนธรรมตัดให้ ตอนได้รับเกียรติให้เป็น "ศิลปินแห่งชาติ" สาขาวรรณศิลป์ ปี 2554 ผมใส่เพื่อรับเกียรติในวาระนั้นเท่านั้น และในปัจจุบันไม่ใส่แล้ว
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0

4 ความเห็น

 
ICT
เอนก เหลาธรรมทัศน์: ปฏิกิริยาต่อ "คำบัญชา" เรื่องการสอบสวนอาจารย์ยื่นประกันจำเลย ม.112

https://www.bbc.com/thai/thailand-56943952?at_custom1=%5Bpost+type%5D&at...

เมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้ว
เอนก เหล่าธรรมทัศน์

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ,

หลังจากเรียกเสียงฮือฮาด้วยการประกาศว่าประเทศไทยจะสร้างยานอวกาศไปดวงจันทร์ ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหลาธรรมทัศน์ รมว. กระทรวงการอุดมศึกษาฯ เป็นข่าวอีกครั้งด้วยการรับข้อร้องเรียนให้สอบสวนนักวิชาการที่ใช้ตำแหน่งขอประกันลูกศิษย์ที่เป็นจำเลยคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

นักวิชาการผู้เป็นนายประกันให้ลูกศิษย์ที่ตกเป็นจำเลยคดี 112 ระบุ "ไม่ให้ราคา" กับคำสั่งของ ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหลาธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ "ได้มีบัญชา" ให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ชี้แจงว่าจะสอบจรรยาบรรณคณาจารย์ทั้ง 8 คนหรือไม่

มีรายงานว่านักวิชาการ 8 คนนี้ เป็นนักวิชาการ ม.ธรรมศาสตร์ 7 คน และ ม.มหิดล 1 คน

ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ อาจารย์ประจำสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล ซึ่งเป็นหนึ่งในนักวิชาการ 8 คนที่ถูกอาจถูกตั้งกรรมการสอบสวนกล่าวกับบีบีซีไทยว่าเธอมั่นใจว่าสิ่งที่เธอทำ คือการเป็นนายประกันให้นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษาหรือ "ไผ่ ดาวดิน" ลูกศิษย์ในหลักสูตรปริญญาโท เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพราะอาจารย์มีหน้าที่ต้องปกป้องสิทธิด้านการศึกษาของลูกศิษย์ รวมทั้งยืนยันในสิทธิที่จะได้รับการประกันตัวในคดีอาญา ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

ขณะที่ น.ส.ชญานิษฐ์ พูลยรัตน์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นนายประกันให้พริษฐ์ ชิวารักษ์หรือ "เพนกวิน" ลูกศิษย์ที่ลงเรียนวิชาทฤษฎีว่าด้วยการเมืองและสังคมและวิชาสัมมนาความรุนแรงและการไม่ใช้ความรุนแรงทางการเมืองที่เธอสอน บอกว่าไม่มีปัญหาอะไรที่จะถูกสอบสวนและถือเป็นโอกาสดีที่จะได้อธิบายให้ผู้บริหารหรือแม้แต่ รมว.การอุดมศึกษาฯ เข้าใจถึงอุดมการณ์ของความเป็นครูและสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมือง ซึ่งเป็นเหตุผลพื้นฐานที่ทำให้เธอตัดสินใจเป็นนายประกันให้ลูกศิษย์

กลุ่มอาจารย์มหาวิทยาลัยที่สอนนักศึกษาแกนนำกลุ่ม "ราษฎร" ซึ่งถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดี ม.112 เข้ายื่นอุทธรณ์คำสั่งขอประกันตัวนักศึกษา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ,

กลุ่มอาจารย์มหาวิทยาลัยที่สอนนักศึกษาแกนนำกลุ่ม "ราษฎร" ซึ่งถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดี ม.112 เข้ายื่นอุทธรณ์คำสั่งขอประกันตัวนักศึกษาที่ศาลอาญาเมื่อวันที่ 12 มี.ค.

เปิดคำบัญชา รมว.อว.

หนังสือฉบับนี้ลงนามโดยนายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.อว. เมื่อ 29 เม.ย. ก่อนส่งตรงถึงสถาบันอุดมศึกษา 2 แห่ง

นายดวงฤทธิ์กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เอกสารที่เผยแพร่ในสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์เป็น "ของจริง" โดยถือเป็นการปฏิบัติตามระเบียบราชการปกติ หลังมีผู้มายื่นเรื่องร้องเรียนกับทางกระทรวง จึงมีหน้าที่ต้องทำหนังสือสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเรื่องนี้มีต้นสายปลายเหตุความเป็นมาอย่างไร และมีระเบียบราชการกำหนดไว้ชัดเจนว่าอธิการบดีของทั้ง 2 มหาวิทยาลัยต้องมีหนังสือชี้แจงตอบกลับมาภายในกี่วัน

ก่อนหน้านี้เมื่อ 16 มี.ค. ประชาชนผู้เป็นสมาชิกของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน" หรือ ศปปส. ราว 50 คน ได้เดินทางไปกระทรวง อว. ถนนพระรามหก เพื่อยื่นหนังสือถึง รมว.อว. ขอให้พิจารณาสอบจรรยาบรรณของอาจารย์ที่ปกป้อง-ยื่นขอประกันตัวกลุ่มนักศึกษาที่มีพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ จำนวน 8 คน โดยมีเลขานุการรัฐมนตรี และนายจักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษารัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับเรื่อง

แกนนำ ศปปส. ให้เหตุผลว่านักวิชาการทั้ง 8 คน "ไม่อยู่ในครรลองคลองธรรม และจรรยาบรรณของครูอาจารย์" หลังแสดงตัวปกป้องนักศึกษา 3 คนที่มีพฤติกรรมจาบจ้วง ก้าวล่วง หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และตกเป็นจำเลยคดี 112 และ 116 ตามประมวลกฎหมายอาญา

อ้างต้องส่งหนังสือถึงมหาวิทยาลัย ไม่เช่นนั้น ศปปส. "ไม่ยอมหยุด"

นายดวงฤทธิ์กล่าวว่า หัวหนังสือที่ อว. ส่งถึงอธิการบดี มธ และ ม.มหิดล ก็ "เป็นคำของ ศปปส. เขา" ไม่ใช่การไปตัดสินกลุ่มนักศึกษา แต่เมื่อมีผู้ร้องเรียนมาด้วยข้อหาเหลานี้ ทาง อว. จึงต้องสอบถามทางมหาวิทยาลัยว่าความจริงเป็นอย่างไร และมาเทียบเคียงว่าสิ่งที่อาจารย์ทำถูกหรือไม่ ถ้าถูก สังคมก็จะจะได้รับรู้รับรับทราบว่าทำถูก ถ้าผิด ก็ต้องมีมาตรการลงโทษ

"ผมจะได้ตอบทางผู้ร้องเรียนเขาได้ เพราะคนเราถ้ามาร้องเรียนแล้วไม่มีใครสนใจ เขาก็ไม่ยอมหยุด ก็ต้องไปต่อ ต้องไปหาที่พึ่ง" เลขานุการ รมว.อว. กล่าว

นอกจากสถานะรัฐมนตรี ศ.พิเศษ เอนกยังเป็นอดีตรองอธิการบดี และอดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มธ. จึงน่าสงสัยว่าจะมีผลกดดันการให้ความเห็นของ มธ. หรือไม่

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เลขานุการ รมว.อว. ปฏิเสธว่า "ไม่มี ไม่ได้กดดัน" เพราะรัฐมนตรีได้พูดคุยและประชุมกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อยู่เกือบตลอด เนื่องจาก อว. ยุคปัจจุบันเน้นการทำงานเป็นทีม นอกจากประเด็นเดราม่าที่ปรากฏทางสื่อสังคมออนไลน์ ก็ยังมีงานที่ อว. ร่วมกับมหาวิทยาลัยเตรียมความพร้อมเพื่อช่วยเหลือประชาชน เช่น การจัดตั้ง รพ.สนาม รองรับผู้ป่วยโควิด-19

บีบีซีไทยได้โทรศัพท์ติดต่อ ศ.พิเศษ เอนก เพื่อสอบถามความเห็นต่อการออกหนังสือถึง 2 มหาวิทยาลัยดัง แต่ไม่สามารถติดต่อได้ โดยเลขานุการ รมว.อว. ชี้แจงแทนว่า รมว.อว. ร่วมประชุมกับอธิการบดีสถาบันต่าง ๆ เพื่ออัพเดทสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตามเขาได้รายงานให้รัฐมนตรีรับทราบข้อมูลและเสียงสะท้อนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว และคิดว่า ศ.พิเศษ เอนกมีจุดยืนในการทำงาน เรื่องนี้เป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนปกติเท่านั้น พร้อมฝากสังคมให้พิจารณาความเห็นให้ครบทุกฝั่ง เพราะถ้าไปดูฝั่งหนึ่งก็จะเห็นแต่มุมลบในทวิตเตอร์หรือเพจเฟซบุ๊ก แต่สำหรับกลุ่มที่มาร้องเรียน ก็มีความเห็นในมุมบวก

กลุ่ม ศปปส.

ที่มาของภาพ, PAris Jitpentom/BBC Thai

คำบรรยายภาพ,

กลุ่ม ศปปส. จัดกิจกรรมเมื่อวันที่ 6 มี.ค.

พร้อมทำแบบเดียวกันกรณี อานนท์ นิด้า

ส่วนที่นักวิชาการบางส่วนที่เป็นอดีต "ลูกศิษย์" ของ ศ.พิเศษ เอนก ออกมาตั้งคำถามเรื่องจิตวิญญาณและมโนสำนึกในฐานะคนเป็นครูที่ต้องการเอานักศึกษาออกจากเรือนจำ นายดวงฤทธิ์ปฏิเสธจะให้คำตอบแทนรัฐมนตรีได้ แต่พูดในเชิงหลักการว่าตั้งแต่แรกที่ตัดสินใจรับราชการหรือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ สิ่งหนึ่งที่เราต้องมีคือเลื่อมใส่ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ ทุกคนที่จะเข้ารับราชการต้องยึดถือสิ่งนี้

ในอนาคตหากประชาชนอีกกลุ่มยื่นหนังสือขอให้ อว. พิจารณาสอบจรรยาบรรณของ ผศ.ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กรณีออกมาสนับสนุนการรัฐประหารและใช้ความรุนแรงกับประชาชน ทาง อว. ก็จะส่งหนังสือถึงนิด้าให้สอบสวนเรื่องนี้ใช่หรือไม่

เลขานุการ รมว.อว. ตอบว่า เป็นขั้นตอนเดียวกัน ก็ต้องปฏิบัติตามระเบียบราชการ ต้องถามนิด้าว่าเรื่องราวมาเป็นมาอย่างไร

"ไม่ได้ให้ราคา"

ดร.พัทธ์ธีรา อาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล ซึ่งนายจตุภัทร์กำลังศึกษาในระดับปริญญาโทกล่าวว่า เธอยังไม่ได้รับการติดต่อจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยในเรื่องนี้ และ "ไม่ได้ให้ราคา" กับคำบัญชาของรัฐมนตรี เพราะเชื่อมั่นว่าเธอทำในสิ่งที่ถูกต้อง

ดร.พัทธ์ธีราวิจารณ์ว่าแทนที่ ศ.พิเศษ ดร.เอนกจะสั่งให้มหาวิทยาลัยสอบสวนอาจารย์ที่เป็นนายประกันให้นักศึกษา เขาควรจะทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกัน

"อ.เอนกเป็นครูบาอาจารย์มาก่อน แล้วก็เคยใช้สิทธิเสรีภาพทางวิชาการเพื่อทำอะไรมากมาย ได้ประโยชน์จากเสรีภาพนี้จนได้เป็นศาสตราจารย์ ได้มานั่งเป็นรัฐมนตรี ดังนั้นสิ่งที่คุณควรทำคือออกมายืนยันปกป้องสิทธิเสรีภาพทางวิชาการ ออกมาส่งเสริมว่าครูอาจารย์ต้องมีอุดมการณ์ ต้องปกป้องลูกศิษย์" ดร.พัทธ์ธีรากล่าว

อาจารย์ด้านสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษาที่เป็นครูมานานกว่า 20 ปี รับเป็นนายประกันให้นายจตุภัทร์ หลายครั้ง รวมทั้งครั้งล่าสุด แม้ไม่ได้ใช้ตำแหน่งอาจารย์ช่วยยื่นประกันตัว แต่เธอก็ได้ขึ้นให้การเป็นพยานต่อศาล และสุดท้ายนายจตุภัทร์ก็ได้รับการประกันตัวเมื่อวันที่ 23 เม.ย.

จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ,

จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ยิ้มอย่างมีความสุขในวันที่เขาได้รับการประกันตัวเมื่อวันที่ 23 เม.ย. เขาอยู่ในเรือนจำตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค.

"สิทธิทางการศึกษาซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กทุกคน และประเทศชาติจะเดินหน้าได้ต้องอาศัยเด็กที่มีการศึกษาเหลานี้ โดยเฉพาะการศึกษาด้านสิทธิมนุษยชนและสันติภาพซึ่งเมืองไทยเราขาดแคลนมาก "

"โดยส่วนตัวคิดว่าไผ่มีความมุ่งมั่นที่จะศึกษาและทำงานด้านสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชน เขาเคลื่อนไหวมาตั้งแต่อยู่ชั้น ม.5 ซึ่งประเทศชาติต้องการคนแบบนี้" ดร.พัทธ์ธีรากล่าวพร้อมกับแสดงความเป็นห่วงอนาคตทางการศึกษาของนายจตุภัทร์ เนื่องจากสองภาคการศึกษาที่ผ่านมา การถูกจับกุมดำเนินคดีทำให้เขาแทบไม่ได้เข้าเรียน และต้องสอบซ่อมในหลายวิชา ขณะที่ปีการศึกษาหน้าเขาจะต้องเสนอหัวข้อวิทยานิพนธ์แล้ว

อาจารย์วัย 48 ปีบอกว่าเหตุผลหนึ่งที่ไม่หวั่นไหวกับการร้องเรียนให้มีการสอบสวนเป็นเพราะได้รับความสนับสนุนทั้งจากผู้บริหารและเพื่อนอาจารย์ที่สถาบันสิทธิมนุษยชนฯ

"พอได้ข่าวว่ารัฐมนตรีขอคำชี้แจงในเรื่องนี้ ผู้บริหารและอาจารย์ในสถาบันฯ ต่างก็ส่งข้อความมาให้กำลังใจ สนับสนุนในสิ่งที่เราทำ และเห็นว่าเป็นสิ่งที่ควรต้องทำอย่างยิ่ง"

"หน้าที่เราไม่ใช่แค่สอนหนังสือ รับเงินเดือน กลับบ้าน"

อาจารย์ชญานิษฐ์ แห่งคณะรัฐศาสตร์ มธ. บอกกับบีบีซีไทยว่าขณะนี้มีนักศึกษารัฐศาสตร์ที่ถูกหมายเรียกและถูกดำเนินคดีทางการเมืองทั้งหมด 5 คน เพนกวินเป็นเพียงคนเดียวที่ถูกจองจำอยู่ในขณะนี้ โดยเธอรับเป็นนายประกันให้เพนกวินซึ่งเป็นลูกศิษย์ของเธอใน 2 วิชาที่เขาลงเรียนในเทอมนี้ แต่ไม่มีโอกาสได้เข้าเรียน

อาจารย์ชญานิษฐ์ยังไม่ได้รับการติดต่อหรือเอกสารใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้จากผู้บริหารมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกัน

"ถ้าสอบสวนก็ไม่เป็นไร มันอาจจะเป็นโอกาสให้เราได้อธิบายถึงเหตุผลที่เราทำ" เธอบอกกับบีบีซีไทย

อาจารย์ชญานิษฐ์อธิบายถึง "เหตุผล" นั้นว่า

"เราเป็นอาจารย์สอนหนังสือ เป็นครู หน้าที่ของครูหรือของเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งต้องทำไปควบคู่กัน ไม่ใช่แค่สอนหนังสือเสร็จแล้วรับเงินเดือนแล้วกลับบ้าน แล้วสิ่งที่เราทำในฐานะครูและพลเมืองคนหนึ่งคือเราเรียกร้องสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาที่จะได้รับการประกันตัวในคดีที่ศาลยังไม่ตัดสินว่ามีความผิด มันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้ถูกกล่าวหาจะได้รับการประกันตัวออกมาเพื่อเตรียมข้อมูลต่าง ๆ ในการต่อสู้คดี เราไม่ได้เรียกร้องอะไรเป็นสิทธิพิเศษสำหรับเพนกวินหรือลูกศิษย์ของเราคนอื่น ๆ"

ชญานิษฐ์ พูลยรัตน์

ที่มาของภาพ, พรพิบูล รักธรรม/งานสื่อสารองค์กร คณะรัฐศาสตร์ มธ.

คำบรรยายภาพ,

อาจารย์ชญานิษฐ์ พูลยรัตน์ยังไม่มีโอกาสได้สอน "เพนกวิน" ในภาคการศึกษานี้ เพราะเขาอยู่ในเรือนจำเกือบตลอด

เธอแปลกใจว่า "การเรียกร้องให้กระบวนการยุติธรรมไทยกระทำตามหลักการของกฎหมายที่พึงกระทำมันกลายเป็นปัญหาไปได้อย่างไร"

การเป็นอาจารย์ผู้สอนเพนกวินทำให้เธอมีโอกาสได้ทำในสิ่งที่ควรจะทำ นั่นก็คือใช้ตำแหน่งอาจารย์เป็นนายประกันให้ลูกศิษย์

"บ่อยครั้งที่เราต้องถูกผลักเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่เราต้องตัดสินใจเลือกว่าจะทำสิ่งที่ถูกต้องแต่อาจได้รับผลกระทบ หรือเลือกอยู่เฉย ๆ แต่ปลอดภัย ต้องขอบคุณเพนกวินที่ทำให้ดิฉันได้พิสูจน์หลักจริยธรรมของตัวเอง ไม่ต่างจาก อ.เอนกที่กรณีนี้ก็ผลักให้ท่านต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรเช่นกัน ซึ่งท่านก็ได้เลือกแล้วว่าจะทำแบบนี้"

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT
1 ชม.  ·
30 เม.ย. 2564 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ เรื่อง การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของบุคลากรสถาบัน ระบุตั้งคณะกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริง กรณีประชาชนเรียกร้องให้สอบจริยธรรม อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ ที่เสนอว่ามีความจำเป็นต้องทำรัฐประหาร และกวาดล้างฝ่ายซ้ายให้ได้แบบเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
'นิด้า' ตั้งกรรมการสอบกรณี 'อานนท์ นิด้า' โพสต์มีความจำเป็นต้องรัฐประหารและกวาดล้างฝ่ายซ
 
prachatai.com
'นิด้า' ตั้งกรรมการสอบกรณี 'อานนท์ นิด้า' โพสต์มีความจำเป็นต้องรัฐประหารและกวาดล้างฝ่ายซ
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT
"รางวัลศรีบูรพา" 2564 ประกาศแล้ว คือ สุริชัย หวันแก้ว
และจู่ๆก็มี "รางวัลศรีบูรพาเกียรติยศ" เพิ่มขึ้นมา คือ รุ่งวิทย์ สุวรรณอภิชน
---------------
เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ผมเคยเสนอชื่อบุคคลที่คู่ควรกับ "รางวัลศรีบูรพา" ในฐานะของ "จิตวิญญาณขบถ" ( Rebel Spirit ) แบบกุหลาบ สายประดิษฐ์ ไว้ 2 คน คือ
- วิสา คัญทัพ
ในฐานะกวี นักเขียน และผู้ลี้ภัยทางการเมือง แค่วรรคทองของบทกวีเพียงบรรทัดเดียวของเขา "เมื่อท้องฟ้สีทองผ่องอำไพ ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน" ก็เป็นรอยเชื่อมต่อที่สั่นสะเทือนข้ามรุ่น ข้ามยุคสมัย และนี่ก็คือ Rebel Spirit ของ "ความเป็นกุหลาบ สายประดิษฐ์" ที่เชื่อมั่นในวิถีและวิธีแห่งประชาธิปไตยอย่างเป็นรูปธรรม และยังได้ต่อยอดส่งทอดความบันดาลใจมายังการเคลื่อนไหวทางสังคม/การเมืองของคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ในปัจจุบัน อีกทั้งเขายังตกอยู่ในสภาพ "ผู้ลี้ภัยทางการเมือง" ต้องพลัดบ้านพลัดเมืองไม่แตกต่างไปจากชีวิตบั้นปลายของกุหลาบ สายประดิษฐ์ ( ความจริงเมื่อเทียบชั้นทางวรรณศิลปฺ์กับแวดวงคนอื่นๆแล้ว เขาคู่ควรกับการประกาศเกียรติให้เป็น "ศิลปินแห่งชาติ" สาขาวรรณศิลป์ ร่วมกับกวี นักเขียน และ "ผู้ลี้ภัยทางการเมือง" อีกคนหนึ่ง คือ วัฒน์ วรรลยางกูร ที่ในอดีตเคยได้รับ "รางวัลศรีบูรพา" ไปก่อนแล้ว )
- เกษียร เตชะพีระ
ในฐานะกวี นักเขียน นักวิชาการ นักแปล และนักต่อต้านรัฐประหารที่มีความชัดเจนว่า เชื่อมั่นในวิถีและวิธีแห่งประชาธิปไตย และทั้งหมดของเขา คือ "จิตวิญญาณ" ของความเป็น "อิสรชน" ที่เชื่อมั่นในสิ่งที่กุหลาบ สายประดิษฐ์ เรียกว่า "มนุษยภาพ" ( Human Right ) แต่ความชัดเจนของเขาอยู่ที่การใช้ "บทกวี" เป็นอาวุธทางความคิดแบบ "สันติวิธี" เพื่อต่อกรกับอำนาจนิยมเผด็จการทุกรูปแบบ โดยผ่านการแสดงรูปลักษณ์ทางกวีนิพนธ์ตามสถานการณ์ ที่ไม่เนียน ไม่เบลอ และไม่เมิน
แต่แล้วก็ "ผ่านเลย" ไปหน้าตาเฉย 55555
--------------
ปีนี้ แม้จะรู้ว่าไม่อยู่ในสายตา ด้วยเหตุผลเนียนๆเบลอๆอะไรก็ตาม ผมก็อยากขอเสนอแบบออนไลน์ให้ปรากฎไว้อีกคนหนึ่ง คือ
- สมยศ พฤกษาเกษมสุข
ในฐานะบรรณาธิการนิตยารที่ทำหน้าที่ปกป้องนักเขียนของตนที่โดนคดี ม.112 จนตัวเองต้องติดคุก 8 ปี โดยท้าทายไม่ยอมรับการตัดสินของศาล เพราะเชื่อมั่นในสิ่งที่เรียกว่า "เสรีภาพในการแสดงออก" เหมือนเช่นที่กุหลาบ สายประดิษฐ์ ใช้นามปากกาว่า "อิสสรชน" นอกจากนั้นทำหน้าที่ในฐานะนักเคลื่อนไหวด้านแรงงาน และสวัสดิการของผู้คนในสังคม ตรงกับ Spirit ของกุหลาบ สายประดิษฐ์ ที่เห็นชอบอ้างกันนัก คือ "การเป็นสุภาพบุรุษคือการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น" รวมทั้งยังมีสถานะเป็นนักโทษการเมือง ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เพื่อแสดงเจตนาเรื่อง "มนุษยภาพ" ของกุหลาบ สายประดิษฐ์อย่างมีรูปธรรม ว่าคนเราเท่ากัน
ทั้ง 3 คนนี้ ผมเห็นว่า คือส่วนแสดง "จิตวิญญาณขบถ" ของ "ความเป็นกุหลาบ สายประดิษฐ์" ที่มีผลงานอย่างเป็นรูปธรรม ในฐานะของกวี นักเขียน นักวิจารณ์การเมือง นักต่อต้านรัฐประหาร นักเคลื่อนไหวทางสังคม ในฐานะ "อิสรชน" ที่เสียสละเพื่อ "ประโยชน์ของผู้อื่น" ( เช่นเดียวกับที่ครั้งหนึ่ง กุหลาบ สายประดิษฐ์ เป็นนักเคลื่อนไหวทางสังคม แล้วกลายเป็น "ขบถสันติภาพ" และถูกจับขังคุก เมื่อปี 2495 )
แต่แล้ว "รางวัลศรีบูรพา" ก็ผ่านไปอีกปีแบบเนียนๆ
 
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

ยุติธรรมไทย

เปื่อยสุด ๆ

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0