อย่ามาหลอกประชาชน !!!!

อย่ามาหลอกประชาชน !!!!

09.00 INDEX โครงสร้าง องค์กร ต่อสู้ ‘โควิด’ สะท้อน ‘รัฐราชการ รวมศูนย์’

https://www.matichon.co.th/politics/news_2694825

 

โครงสร้าง องค์กร ต่อสู้ ‘โควิด’ สะท้อน ‘รัฐราชการ รวมศูนย์’

แนวโน้มที่จะมีการรวมศูนย์อำนาจจาก 31 พรบ.อันเกี่ยวกับโรคระบาดและความสงบเรียบร้อยให้ไปอยู่ในมือของ ‘หัวหน้า ศบค.’ มี ความเป็นไปได้เด่นชัดมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ

ในเมื่อข้อเสนอนี้ได้รับการผลักดันผ่านสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) อันเป็นแก่นแกนหลักของ ‘อนุ’ ศบค.

ความหมายของข้อเสนอนี้จึงเท่ากับเป็นการกระชับ ‘อำนาจ’ ที่มีอยู่ในมือของ ‘หัวหน้า ศบค.’ ให้มีความพิเศษมากยิ่งขึ้น เข้มข้นมากยิ่งขึ้น

จากฐานความเชื่อที่ว่า เพราะการต่อสู้กับการแพร่ระบาดรอบที่ 1 ผ่านมาตรการ ‘เข้ม’ ในเดือนเมษายน 2563 คือ รากฐานแห่งความสำเร็จและชัยชนะ

เพียงแต่อาจจะมองข้ามจุดอ่อนและความบกพร่องใหญ่จากผลสะเทือนที่ตกกระทบในด้านเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่

และคำถามอันตามมาอย่างแหลมคมยิ่งก็คือ หากได้ชัยชนะ หากประสบความสำเร็จ เหตุใดจึงเกิดการแพร่ระบาดรอบที่ 2 และการแพร่ระบาดรอบที่ 3

 

ต้องยอมรับว่าไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดรอบที่ 1 ไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดรอบที่ 2 ไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดรอบที่ 3

ปัจจัยสำคัญมาจากจุดอ่อนของ ‘รัฐราชการ’ เอง

การแพร่ระบาดรอบที่ 1 เมื่อเดือนมีนาคม 2563 มาจากสนาม มวยลุมพีนี ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพบก การแพร่ระบาดรอบที่ 2 จากสมุทรสาครและจากบ่อนก็สัมพันธ์กับระบบราชการ

 

ยิ่งการแพร่ระบาดรอบที่ 3 จากคลัสเตอร์ใหญ่ คริสตัล และเอ็มเมอรัลด์ ยิ่งสัมพันธ์กับ ‘ไทยคู่ฟ้าคลับ’ และสัมพันธ์กับชนชั้นสูงในวงสังคมและรัฐราชการ

โครงสร้างของการบริหารโดย ‘ศบค.’ จึงเป็นเงาสะท้อนโครงสร้างของ ‘รัฐราชการรวมศูนย์’ อย่างเด่นชัดยิ่ง

เด่นชัดว่า แม้องค์ประกอบของรัฐบาลจะมีบางส่วนมาจากพรรคการ เมือง มาจากการเลือกตั้ง แต่ในเมื่อองค์ประกอบ ‘หลัก’ คือความเคย ชินในแบบ ‘รัฐราชการรวมศูนย์’

ความไว้วางใจต่อ ‘ปลัดกระทรวง’ จึงดำรงอยู่เหนือกว่าความไว้วางใจต่อ ‘นักการเมือง’ และต่อ ‘พรรคการเมือง’

 

*****

***********

******************

 

เสรีพิศุทธ์ ซัด ‘ประยุทธ์’ สร้างภาพจ่ายค่าปรับประชุมไม่สวมแมสก์ 

 

เสรีพิศุทธ์ ซัด ‘ประยุทธ์’ สร้างภาพจ่ายค่าปรับประชุมไม่สวมแมสก์  เหน็บยึดอำนาจบริหารโควิด 1 สมอง 2 มือจะมีปัญญาแค่ไหน ดักกองทัพอย่าหลอกปชช. ดึงดันซื้ออาวุธ

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 28 เมษายน ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าแจ้งความเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยระหว่างเข้าร่วมประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีการปรับเป็นเงิน 6,000 บาท ว่า เรื่องนี้ต้องไปดูประกาศ กทม. ซึ่งออกวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา โดยมีการบังคับใช้ทันที ซึ่งตนคิดว่าน่าจะให้เวลาชาวบ้านบ้างเพราะกฎหมายส่วนใหญ่จะมีผลบังคับใช้หลังประกาศ

ดังนั้น ควรจะระบุให้ชัดเจนว่ามีผลบังคับใช้เมื่อไหร่ และควรประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึงเพื่อเตรียมตัว เพราะตอนนี้ประชาชนยังไม่มีจะกินเลย แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาเสียค่าปรับ เพราะประกาศปุ๊บใช้ปั๊บเลย ถ้าประชาชนไม่มีเงินจ่ายก็จะต้องถูกจำขังแทนค่าปรับ ซึ่งคนออกประกาศต้องมีความรอบคอบพอสมควร ส่วนกรณีของ พล.อ.ประยุทธ์ ตนเข้าใจว่าการเป็นนายกฯ มีงานที่ต้องทำเป็นจำนวนมาก จึงไม่ทราบว่า กทม. ออกประกาศแบบนี้ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็เกิดการสร้างภาพว่าเป็นผู้รักษากฎหมาย จึงเสียค่าปรับ 6,000 บาท

“ถ้าแน่จริงควรจะทำเหมือนประชาชนทั่วไป ไม่ควรใช้ศักดินาไปเรียกผู้ว่ากทม.และผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รวมถึงพนักงานสอบสวนมาเปรียบเทียบค่าปรับถึงที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ แสดงตัวว่าทำตามกฎหมาย ผมคนหนึ่งที่ไม่เชื่อ สร้างภาพเก่ง ทำเป็นรักษากฎหมายแต่ขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญและร่าง พ.ร.บ.ประชามติ” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า รวมถึงรัฐธรรมนูญปี 60 มาตรา 47 ระบุว่ารัฐจำเป็นต้องป้องกันโรคระบาด และรักษาให้กับประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ ทำได้หรือไม่ เรื่องการป้องกันทำได้โดยการแจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชน แต่รัฐบาลกลับไม่ดำเนินการในเรื่องนี้ เมื่อประชาชนไม่มีหน้ากากอนามัยใส่ก็ถูกปรับอีก ทั้งที่ตอนนี้การแพร่ระบาดรุนแรงกว่า 2 ครั้งที่ผ่านมา ส่วนการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลตอนนี้ที่มีโรงพยาบาลสนาม ตนมองว่าไม่ทันต่อเหตุการณ์ รวมถึงเรื่องการฉีดวัคซีน ทุกคนต้องได้ฉีดฟรี และตอนนี้ทุกคนก็อยากฉีดแล้วมาร้องเรียนให้ตนช่วย ตนถามว่าจะช่วยได้อย่างไรเมื่อตนก็มีเพียงแค่ 1 สิทธิ์ในการฉีดวัคซีน โดยไม่สามารถโอนโควตานี้ให้ใครได้ เนื่องจากทางสภาได้กำหนดไว้ว่าผู้ที่ต้องมาฉีดจะต้องเป็น ส.ส. และ ส.ว. เท่านั้น

 

เมื่อถามถึงกรณีที่หลายภาคส่วนเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา ทางพรรคร่วมฝ่ายค้านได้มีการประชุมร่วมกันผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ได้มีมติว่าพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งรวมทั้งพรรคการเมืองทั้งในสภา นอกสภา และประชาชน มีมติว่าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถทำตามกฎหมายที่ตนเองออกมาได้ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาโรคระบาด ตั้งแต่ครั้งแรกที่มีการแพร่ระบาดที่สนามมวยลุมพินีที่ไม่มีการลงโทษใดๆ เลยทั้งสิ้น ครั้งที่ 2 เกิดการแพร่ระบาดที่ จ.สมุทรสาคร จากแรงงานเถื่อน โดยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐและกระบวนการนำพาแรงงานต่างด้าวเข้ามาโดยตลอด ครั้งที่ 3 การแพร่ระบาดจากบ่อนที่ จ.ระยอง จันทบุรี และตราด โดยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

 

และที่ผ่านมาตนได้มีการอภิปรายว่าได้มีการเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองหนึ่งด้วย และครั้งล่าสุดคลัสเตอร์คริสตัล ผับ ถามว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐและรัฐมนตรีเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ ทำอะไร การแพร่ระบาดหนัก 4 ครั้ง ที่ผ่านมาล้วนมาจากเจ้าหน้าที่รัฐทั้งนั้นไม่ใช่ประชาชนทั้งสิ้น เป็นเพราะการปล่อยปละละเลยและการแสวงหาผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ทำอะไรไม่ได้ จึงเชื่อว่าไม่สามารถปกครองประเทศได้ มีอำนาจปลดรัฐมนตรีได้แต่ก็ไม่ปลด แม้แต่ส่งตัวแทนออกมาด่า ถามว่ากล้าปลดหรือไม่ เพราะถ้าปลดพล.อ.ประยุทธ์ก็อยู่ไม่ได้ ห่วงแต่ตนเองอย่างเดียวกลัวไม่มีอำนาจ ถามว่า 7 ปี ยังไม่พออีกหรือ

เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกคำสั่งยึดอำนาจการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ไว้ที่ตนเองทั้งหมด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า เรื่องยึดอำนาจบริหารโควิดนั้น ตนจะบ้าตาย เพราะคนเรามีหนึ่งสมองและสองมือ ถามว่าจะมีปัญญาสักแค่ไหน ควรแบ่งการกระจายอำนาจให้ผู้อื่นทำเหมาะสมแล้ว ถามว่าประเทศทั้งประเทศจะทำอย่างไรคนเดียว เพราะประเทศที่เจริญเขาไม่มีแบบนี้ โดยเฉพาะการให้ทหารเข้ามาควบคุมดูแลการบริหารควบคุมโควิด-19 และงบประมาณของประเทศ 3 แสนกว่าล้านบาท ควรใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด ไม่ใช่นำไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ และในร่างพ.ร.บ.งบประมาณก็ยังมีอีก ถ้าคิดถึงประชาชนจริงๆ ต้องยุติเรื่องเหลานี้ทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ ที่ไม่สำคัญ เพราะตอนนี้เรื่องโควิดสำคัญที่สุด ควรทุ่มเงินซื้อยาและวัคซีนให้ประชาชนมากที่สุด แต่ตอนนี้กลับไม่มีอนาคต และเกรงว่าจะไม่ทันเพราะตอนนี้มีประชาชนเสียชีวิตรายวัน

เมื่อถามถึงกรณีที่กองทัพบกยืนยันว่า ยังจำเป็นต้องจัดซื้อยุทโธปกรณ์ตามรายการ เพราะมีข้อผูกพันตามสัญญา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น โดยเฉพาะการใช้งบประมาณผูกพันข้ามปีสามารถขอผ่อนชำระได้ หรือขอชะลอการจ่ายได้ ดังนั้น อย่ามาหลอกประชาชน

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1

4 ความเห็น

 
ICT
โควิดประจานรู้ไส้รู้พุง

28 เม.ย. 2564 05:15 น.

เชือดเสือให้ลิงดู ลิเกคั่นโควิด ในอารมณ์ที่พลเมืองโซเชียลฯพากันอำแหลก กับฉากที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. นำตำรวจบุกถึงทำเนียบรัฐบาล แจ้งความ “ผู้ต้องหาวีไอพี” อย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม โทษฐานฝ่าฝืนคำสั่ง กทม. “ไม่ใส่หน้ากากอนามัย” ขณะประชุมทีมจัดหาวัคซีน

โดนปรับทันที 6,000 บาท โดยไม่สนตำแหน่งใหญ่โต

“บิ๊กตู่” ประเดิมเป็นพรีเซนเตอร์ กระตุกอารมณ์ประชาชนให้หวาดกลัวโทษจับจริงปรับจริง

ในสถานการณ์ที่ผู้คนในสังคมเริ่มเฉยเมยกับมาตรการของรัฐบาล ตามอาการหมดหวังกับฟอร์มบริหารจัดการโรคระบาดของทีมผู้นำรัฐบาลทหารเฒ่า 3 ป.

ลุยแก้ไขหน้างาน คิดกันปุบปับเฉพาะหน้า

นั่นเลยนำมาซึ่งภาพลักลั่นในเชิงปฏิบัติ แบบที่ตำรวจใหญ่ต้องเรียงหน้ากระดานชี้แจงผ่านสื่อ คลายข้อสงสัยของประชาชนที่สับสนคำสั่งบังคับใส่แมสก์ ยกตัวอย่างผัวเมียนอนเตียงเดียวกันไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัย แต่พอนั่งรถด้วยกันเกิน 2 คนขึ้นไปต้องใส่แมสก์ แล้วมันจะปลอดภัยต่างกันตรงไหน

ที่สำคัญสไตล์ตำรวจไทยหูตาไว มันอาจเข้าทาง “นักบิน” จ้องตีกินค่าปรับศาลเตี้ย

เหนืออื่นใด โดยตัวเลขค่าปรับที่สูงถึง 6,000 บาท เกินกว่าครึ่งหมื่น ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่กำลังอดๆอยากๆลำบากปากท้อง ต้องพึ่งเงินแจกจากรัฐบาลเฉลี่ยวันละไม่ถึง 100 บาท

จะเอาที่ไหนมาจ่ายข้อหาเลินเล่อไม่ใส่หน้ากากอนามัย มีหวังติดคุกแทนค่าปรับล้นห้องขัง

นี่คือโลกแห่งความเป็นจริงที่รัฐบาลไม่ได้คิดเผื่อ และมันต้องมีปัญหาแน่ในสังคมแบบไทยๆ

ในอารมณ์เดียวกันกับปมค่าปรับมหาโหดข้อหาไม่สวมหน้ากากอนามัย วันเดียวกันเลยมันก็ยังมีประเด็นดราม่า กระตุกเสียงโห่ฮาสนั่นโซเชียลออนไลน์ ว่าด้วยเรื่อง “พูดจริง” แต่ฟังเหมือน “อำเล่น”

กับมุกของนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและ รมว.พลังงาน ขุนพลเศรษฐกิจข้างกาย “บิ๊กตู่” ที่ป่าวประกาศให้คนไทยรักชาติ ช่วยกันนำเงินฝาก 5-6 แสนล้านบาทที่เก็บมาใช้จ่ายมากขึ้น

เพื่อปั่นยอดจีดีพีให้สูงขึ้น 4 เปอร์เซ็นต์ตามเป้า

เท่านั้นแหละเสียงด่ามาเต็ม แต่ละคอมเมนต์มาแบบฮาร์ดคอร์ ประเภทที่ว่า เงินแ..กยังไม่มี ให้เอาเงินฝากที่ไหนมาใช้บ้างก็อำขำๆ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐเพิ่งแจกขันสงกรานต์ให้ทำมาหากิน ยังไม่ทันมีเงินเก็บจะเอาจากไหนมาช่วยรักชาติ

คนกำลังจะตายเพราะโควิด อาการโคม่ายังคิดจะปั่นค่าจีดีพี ฯลฯ

เรื่องของเรื่องคนรวยไม่สน แต่คนจนฉุนข้อเสนอที่ย้อนแย้งโลกแห่งความจริง

ตามปรากฏการณ์สะท้อนวิสัยทัศน์ของรองนายกฯมือเศรษฐกิจข้างกาย “บิ๊กตู่” ที่ไร้มิติรอบด้าน มองภาพแค่จีดีพี แต่ไม่ดูองค์ประกอบในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งๆที่การบริโภคผลักดันจีดีพีแค่บางส่วนและไม่ยั่งยืน เหมือนถนัดใช้งบประมาณ แต่ไม่เข้าใจการหาเงินมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไม่ได้คิดเผื่อ ถ้าระบบการออมพัง ทุนภาคเอกชนจะหาย

บวกลบคูณหาร ความเสียหายมันมากกว่าแค่ปั่นตัวเลขจีดีพีรักษาหน้าตาของรัฐบาล

ถึงจุดโจทย์โควิด “ทดสอบมาตรฐาน” ข้อสอบที่ทีมงานรอบกาย “บิ๊กตู่” ปล่อยของกันออกมา รู้เลย ใครชั้นถึง ชั้นไม่ถึง

นั่นไม่เท่ากับอารมณ์เลือกเชื่อคนผิด พอตัดสินใจเลิกใช้บริการก็หันมา “ล่อกันเอง”

กับเหลี่ยมที่ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ออกมาพูดแบบเปิดใจ ยืนยันตัวเองไม่มีอำนาจ ปฏิบัติตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีมาตลอด ในฐานะผู้มีอำนาจสูงสุด ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร และในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.

โยกเป้าล่อกลับไปที่ผู้นำ ไม่ยอมโดน “ล่อเป้า” เดี่ยว

แก้ลำมุกโหด จากที่โดน “บิ๊กตู่” หักลำ เซ็นคำสั่งตั้งทีมจัดหาวัคซีนทางเลือก โดยไม่มีชื่อของนายอนุทิน ชาญวีรกูล

ตามสถานการณ์ที่สังคมเข้าใจได้ว่า “เสี่ยหนู” เป็นตัวเหตุ จัดหาวัคซีนล่าช้า นำมาซึ่งกระแสโห่ไล่ ต่อเนื่องถึงขบวนการ

“หมอไม่ทน” ล่าชื่อกดดันให้นายอนุทินไขก๊อก รมว.สาธารณสุข อาการ “โยนขี้” กันไปกันมา ถึงจังหวะจวนตัว ก็ตัวใครตัวมัน

อีกจุดที่น่าเอะใจ กับจังหวะที่ “เสี่ยหนู” ถูกผลักออกมาล่อเป้าเดี่ยว

ท่ามกลางกระแสล่าชื่ออัปเปหิพ้นกระทรวงหมอ “เสี่ยหนู” ตกเป็นข่าวโดนบี้กดดันรายวัน หันไปอีกทาง “เสี่ยโอ๋” นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม น้องในสายเลือดของ “พี่เน” ได้พักหายใจหายคอ

หลบกระแส “คลัสเตอร์ทองหล่อ” แบบเนียนๆ

“น้องนอกสายเลือดพี่เน” อย่าง “เสี่ยหนู” คงแอบกินใจอยู่ลึกๆ.

ทีมข่าวการเมือง

https://www.thairath.co.th/news/politic/2079008?utm_source=PANORAMA_TOPIC

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT

การ์ตูน เซีย

การ์ตูน จ๊ะโอ๋

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2
 
ICT

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน และข้อความพูดว่า "ยิ่งทำดี คนโกงยิ่ง เดือด ดือดร้อน"

. ในสภาถ้ามีคนเช่นเธอสักคน บ้านเมืองจะดีกว่านี้มาก ทำไมในสภาหาคนเสียสละเพื่อประชาชนแบบที่เห็นผลไม่ได้ เวลาทำเรื่องของบจะอ้างถึงความจำเป็น ชนิดทีต้องรีบทำสิ่งนี้ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน เสนอราคาพูดถึงสิ่งดีๆ เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เวลาทำจริงหักหัวคิวตามประเพณีสืบมา เงินไปถึงช่างกี่บาท ช่างปกติเขาจะรักหน้างานของเขาถ้าเงินพอ เปรียบมะพร้าวห้าว น้ำเนื้อกะทิมันๆ หมดไปก่อนหน้า มาถึงช่างเหลือกากมะพร้าวคั้นแล้วแหงๆ งานจึงไม่ได้ดี ใครละเซ็นรับ ?
เหนือคำบรรยายจริงยุคสลิ่มร่าเริง
ขอบคุณกับภาพครับ
 
  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
3 ส

ไอ้เห้ต้องรับผิดชอบด้วยการออกไป

โกรธแล้ว

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1