ให้ทั้งหมดขึ้นกับการตัดสินใจของ “รัฐสภา” สัญญาณส่อ "แยกย้าย" ออกอาการจนตรอกขนาดนี้ ยังฝากผีฝากไข้ได้อยู่อีกหรือ

ให้ทั้งหมดขึ้นกับการตัดสินใจของ “รัฐสภา” สัญญาณส่อ "แยกย้าย" ออกอาการจนตรอกขนาดนี้ ยังฝากผีฝากไข้ได้อยู่อีกหรือ

09.00 INDEX รวมศูนย์ พลังสู่ “รัฐบาลชั่วคราว” มุ่งโดดเดี่ยว ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 
 
 

09.00 INDEX รวมศูนย์ พลังสู่ “รัฐบาลชั่วคราว” มุ่งโดดเดี่ยว ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เหมือนกับคำว่า “รัฐบาลชั่วคราว” ที่ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอจะเป็นเรื่องเลื่อนลอย จะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถ”เป็นไปได้” ในทางเป็นจริงของการเมือง

หากมองจาก “สมการ” เดิมซึ่งเริ่มตั้งแต่เมื่อเดือนมิถุนายน 2562 ก็จะเป็นเช่นเดียวกับบทสรุปของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน

นั่นก็คือ เสมอเป็นเพียง “การส่งเสียง” ในทางการเมือง

เพราะเป็นไปไม่ได้ที่พรรคพลังประชารัฐจะเห็นชอบด้วย ขณะที่ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ แม้จะไม่สบอารมณ์เท่าใดนักจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กระทำ

กระนั้น ทางเลือกก็มีไม่มากนักเพราะอำนาจของ 250 ส.ว.ยังค้ำคออยู่ และประเมินว่าการอยู่ในฐานะร่วมรัฐบาลก็ยังเป็นประโยชน์แม้จะมีการยุบสภาในอนาคตอันใกล้ก็ตาม

อย่างน้อยการหาเสียงใต้หัวโขน “รัฐบาล” ก็ยังได้เปรียบ

คำถามอยู่ที่ว่า ข้อเสนอของ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านมิได้เป็นข้อเสนอใน “ปัจจุบันขณะ” หากแต่อิงอยู่กับแนวโน้มของสถาน การณ์ที่จะมีการแปรเปลี่ยน

อย่าลืมเป็นอันขาดว่ามติหนึ่งของ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านคือการรุกไล่โดยตรงไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นการรุกไล่ผ่านบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและจะยื่นต่อป.ป.ช.

 

ความหมายก็คือ การแยก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาจากรัฐมนตรีคนอื่น

หมายความถึงการโดดเดี่ยว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

อาจไม่ไปไกลถึงระดับที่”ขอคนละชื่อ รื้อระบอบประยุทธ์” แต่ก็รวมศูนย์ทุกอย่างฟาดกระหน่ำเข้าใส่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเป็นด้านหลัก

 

โดยเริ่มต้นจากความรับผิดชอบในการบริหารจัดการโควิด

ไล่เรียงตั้งแต่รอบที่ 1 เดือนมีนาคม 2563 รอบที่ 2 เดือนธันวา คม 2563 และรอบที่ 3 เดือนเมษายน 2564

หากการเปิด “วอร์รูม” ของ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านดำเนินไปอย่างมีประ สิทธิภาพ นั่นหมายถึง การโดดเดี่ยว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาต่างหาก

รวมศูนย์และขยายเป้าให้เห็นความจำเป็นที่จะไล่ พล.อ.ประ ยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วนำไปสู่การจัดตั้ง “รัฐบาลชั่วคราว” ขึ้น

ให้ทั้งหมดขึ้นกับการตัดสินใจของ “รัฐสภา”

 

การ์ตูน เซีย

การ์ตูน จ๊ะโอ๋

 

สัญญาณส่อ "แยกย้าย"

https://www.thairath.co.th/news/politic/2079813?utm_source=PANORAMA_TOPIC

29 เม.ย. 2564 05:15 น.

 

คนนินทา ดูถูก น่าจะไม่ได้มีแค่รัฐมนตรี เห็น “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม บ่นใน ครม.แบบฉุนเฉียวจงใจให้เป็นข่าว “มีรัฐมนตรีบางคนพูดจาไม่ดีและนินทาผม ให้ระวังตัวไว้ด้วย”

ถ้าได้ยินอีกจะปรับออก ริบโควตาคืนมาเป็นของตัวเอง

ถอดรหัส เช็กข่าวกันยกใหญ่ นายกฯหมายถึงใครเพราะตอนนี้มีประเด็นระหองระแหงทั้ง 2 ค่าย ไม่ว่าประชาธิปัตย์ หรือภูมิใจไทย

วันก่อน “อู๊ดด้า” จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถึงขั้นพูดออกสื่อ ไม่พอใจคำสั่งนายกฯแบ่งพื้นที่รัฐมนตรี “ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัด”

ที่เห็นชัด มอบหมายให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ไปดูแลจังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราชและภูเก็ต พื้นที่รับผิดชอบเดิมของรัฐมนตรีค่ายสะตอ

แม้ล่าสุดหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะมาแก้ลำว่าเรื่องนี้จบแล้ว ยังได้ดูแลโซนใต้เหมือนเดิม แต่หลายคนยังไม่เชื่อสนิทใจ

เพราะมีคนตาดีแอบเห็น ร.อ.ธรรมนัสลงไปทำพื้นที่ภาคใต้แข็งขันแล้ว

อาการกินแหนงแคลงใจไม่มีทางจบแน่ ค่ายสะตอโดนชกใต้เข็มขัดมาหลายดอก เลือกตั้งซ่อมที่นครศรีธรรมราช ก็ถูกล่วงล้ำเสียมารยาท พรรคพลังประชารัฐส่งผู้สมัครลงแข่งชิงพื้นที่ไป

ตอนนี้อาการหงุดหงิดเหมือนคนร่วมมือ แต่ไม่ร่วมใจ

หมากกระดานถัดไปของ “บิ๊กตู่” และเครือข่ายทหารเฒ่า 3 ป. คือยึดโมเดลไทยรักไทย สมัยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเรืองอำนาจ ธงหลักคือผลักดันตัวเองเป็นพรรคขนาดใหญ่

ไม่ต้องยืมจมูกพรรคกลาง พรรคเล็ก มาช่วยหายใจ

ต้องการทำงานแบบข้ามาคนเดียวเบ็ดเสร็จไม่ง้อใคร เหมือนที่กำลังทำอยู่อีกครั้ง รวบอำนาจแก้ปัญหาโควิดมารวมศูนย์ที่นายกฯ คุมกฎหมาย 31 ฉบับ

โมเดลเดียวกับตอนตั้ง ศบค.มาบริหารจัดการโควิดใหม่ๆ “บิ๊กตู่” มัดรวมกฎหมาย 40 ฉบับมาไว้ในมือ เมื่อ 25 มีนาคม 2563

งานนี้ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกอาการหัวร้อนของขึ้น ไม่พอใจนายกฯรวบอำนาจไปแล้วรับแต่ความชอบ ไม่รับผิด แต่ขยันโยนมาอยู่เรื่อย

ข้องใจ เอะอะก็จะเสกให้เป็น “แพะรับบาป”

ตอนเซ็นคำสั่งตั้งทีมจัดหาวัคซีนทางเลือก “หมอหนู” ก็โดนเตะกระเด็นเซ่นสังเวย กลายเป็นตัวต้นเหตุจัดหาวัคซีนล่าช้า นำมาซึ่งขบวนการ “หมอไม่ทน”

“เสี่ยหนู” อดสงสัยไม่ได้มีกระบวนการไอโอปั่นกระแสล่ารายชื่อขับไล่ เพราะยอดพุ่งพรวดพราดเร็วเหลือเชื่อ ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้อ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา และทำตามคำสั่งนายกฯมาตลอด

ชิงออกตัวไม่ยอมตายเดี่ยว

ปัญหาลักลั่นการจัดรัฐมนตรีดูแลพื้นที่ รวมทั้งกรณีที่นายกฯฉุนขาดรัฐมนตรีบางคนนินทา แม้ไม่ระบุชื่อ ระบุพรรค

แต่ก็สะท้อนอาการ “เก็บทรงไม่อยู่” ภายในรัฐบาล พรรคร่วม เหมือนกำลังว้าวุ่นกลุ้มใจธาตุไฟเข้าแทรกจากปัญหาโควิดที่อยู่ตรงหน้า แต่ก็ยังไม่วายเดินเกมแฝงวาระการเมืองทุกโอกาส

ชิงดีชิงเด่น เหยียบบ่ากันหาคะแนนล่วงหน้า ทั้งที่ความเป็นตายของประชาชนจ่อคอหอยอยู่แท้ๆ

สัญญาณสละเรือ ยุบสภายิ่งเด่นชัด สิ้นปีนี้คงรู้เรื่อง

เพราะดูทรงแล้วทานกระแสลำบาก ประชาชนในฐานะลูกเรือไม่เชื่อมั่นฝีมือกัปตันและทีมงาน จะฝ่ามหันตภัยโรคระบาดและวิกฤติเศรษฐกิจพังพินาศ พาชาติรอด

มุกไม่ขำแต่ทำให้เครียดของนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ยิ่งทำเอาชาวบ้าน “เบิกเนตร”

บอกให้ช่วยกันเอาเงินฝาก 5-6 แสนล้านบาทที่เก็บไว้มาใช้จ่าย เพื่อปั่นตัวเลขจีดีพีให้สูงขึ้น 

เสียงด่าทั่วสารทิศคิดได้แค่นี้ เอะอะก็ผลักภาระโยนเป็นหน้าที่ประชาชน แล้วจะมีรัฐบาลไว้ทำไม 

พอหมดยุค “เฮียกวง” สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ กับทีมงานสี่กุมาร เศรษฐกิจยิ่งดิ่งเหว 

ออกอาการจนตรอกขนาดนี้ ยังฝากผีฝากไข้ได้อยู่อีกหรือ.

ทีมข่าวการเมือง

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0

4 ความเห็น

 
ICT

https://www.thairath.co.th/news/politic/2079326

วันแมนโชว์

29 เม.ย. 2564 05:07 น.

วิกฤติโควิดยกที่ 3 เปิด ข้อมูลน่าตกใจที่ฟังแล้วขวัญหนีดีฝ่อได้ทุกวัน เมื่อวานซืน (27 เม.ย.) มีสถิติผู้ป่วยเสียชีวิตมากถึง 15 ราย ปรากฏว่า มีผู้ที่เพิ่งตรวจพบว่าติดโควิดต้องเสียชีวิตภายในวันเดียว กันถึง 4 ราย!!

มีผู้ป่วยอีก 3 ราย ตรวจพบติดโควิดแล้วเสียชีวิตภายใน 2 วัน

มีผู้ป่วยอีก 3 ราย ตรวจพบว่าติดโควิดแล้วเสียชีวิตภายใน 3 วัน

ส่วนผู้เคราะห์ร้ายที่เหลือ 5 ราย ทราบผลตรวจว่าติดโควิดแล้วเสียชีวิตไม่เกิน 6 วัน

ล่าสุด ยังมีผู้ป่วยหนักมากต้องใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่อีก 169 คน

และยังมีผู้ป่วยหนักต้องอยู่ห้องไอซียูอีกกว่า 500 คน

ถ้าระบบการรับผู้ป่วยและระบบจัดหาเตียงพยาบาลทำได้รวดเร็วน่าจะช่วยชีวิตผู้ป่วยโควิดได้อีกหลายสิบคน

นี่คือประเด็นร้อนที่ทำให้ประชาชนหงุดหงิดรัฐบาลอย่างแรง!!

แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าปัญหาต่างๆ กำลังจะได้รับการแก้ไขครบวงจร

เพราะ นายกฯลุงตู่ จะเป็นผู้สั่งการ “แบบซิงเกิลคอมมานด์” คือสั่งการตรงแต่ผู้เดียว!!

ทุกอย่างจะยิงตรงไปที่นายกฯลุงตู่เป็นวันแมนโชว์

นายกฯลุงตู่ จะเป็นผู้ดูแลจัดหาวัคซีน การกระจายวัคซีน การวางแผนฉีดวัคซีนให้ได้ตามเป้าวันละสามแสนคนให้ครบ 30 ล้านคน ภายใน 3 เดือน

นายกฯลุงตู่ จะสั่งการแก้ไขปัญหา คนป่วยโควิดต้องนอนรอเตียงไม่ให้ล่าช้าเป็นคอขวดอย่างที่ผ่านมา

เพื่อให้ศึกโควิดปิดจ๊อบได้ภายในเดือนพฤษภาคม

“แม่ลูกจันทร์” มองว่าการรวบอำนาจสั่งการแก้วิกฤติโควิดไปรวมศูนย์ ที่ “นายกฯลุงตู่” แต่ผู้เดียว

คือการยอมรับว่าการแก้ไขวิกฤติโควิดที่ผ่านมามีปัญหาผิดพลาดมากมายเท่ากับโยนความบกพร่องต่างๆ ไปให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข รับเละไปเต็มๆ

ทำให้ นายอนุทิน ต้องออกมาตอบโต้เพื่อปกป้องตัวเอง โดยระบุว่าทุกอย่างที่ได้ดำเนินการไป ล้วนเป็นไปตามคำสั่ง “นายกฯลุงตู่” ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา

ส่วนแผนป้องกัน และการรับมือวิกฤติโควิด อยู่ในความรับผิดชอบของ “ศบค.” ซึ่ง นายกฯลุงตู่ เป็นผู้อำนวยการเอง

แผนรับมือโควิดระบาดที่กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการอยู่ภายใต้ “ศบค.” เป็นผู้กำหนดนโยบาย ออกคำสั่ง และกำกับควบคุม

กระทรวงสาธารณสุขเป็นเพียงผู้รับคำสั่งจาก ศบค. ไปปฏิบัติตาม

นายอนุทิน ยํ้าว่ามีหลายมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขได้เสนอไป ทั้งแผนการตรวจโควิด การป้องกัน การรักษา การจัดหายา และการฉีดวัคซีน

แต่เมื่อ ศบค.ไม่เห็นด้วย ข้อเสนอต่างๆก็ต้องเก็บเข้าตู้เย็น

สรุปสั้นๆง่ายๆหากมีความบกพร่องผิดพลาดเกิดขึ้น ต้องเป็นความรับผิดชอบของ ศบค.ซึ่งนายกฯลุงตู่ เป็นผู้บัญชาการ

จะผิดจะถูก? จะดีจะชั่ว? ศบค.ต้องเป็นโต้โผรับไป

จะโยนให้กระทรวงสาธารณสุข รับเหมาทั้งเข่งย่อมขัดต่อความเป็นจริง

“แม่ลูกจันทร์” มีข้อสังเกตเพิ่มเติม ช่วงนี้ นายกฯลุงตู่ ไม่ค่อยสมานฉันท์ หวานเจี๊ยบกับพรรคร่วมรัฐบาล

วันก่อนเพิ่งเจาะยางรองนายกฯหน.พรรคประชาธิปัตย์ จนต้องออกมาโวย

วันนี้เผลอเหยียบตาปลารองนายกฯ หน.พรรคภูมิใจไทย จนเดี้ยงไปอีกราย

หรือว่า นายกฯลุงตู่มีแผนจะยุบสภาฯ อย่างที่เค้าลือกันแซ่ดไปทั้งบาง??

“แม่ลูกจันทร์”

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT

https://www.thairath.co.th/news/politic/2079345

พระพุทธพูดได้

29 เม.ย. 2564 05:01 น.

เรื่องราวเกี่ยวกับปาฏิหาริย์ของพระพุทธรูป ที่คนไทยคุ้นเคยกันมาก เล่าขานต่อๆกันมา เรื่องแรกคือเรื่องพระลอยน้ำ ประวัติหลวงพ่อโสธร ที่ฉะเชิงเทรา เล่ากันเป็นฉากๆ ท่านลอยน้ำด้วยกันสามองค์

ตอนลอยผ่านคุ้งน้ำวน ท่านลอยวนทวนน้ำโชว์ให้ชาวบ้านตื่นเต้นอยู่พักใหญ่ แล้วก็แยกย้ายกันไป องค์ที่สองไปอยู่ที่วัดบางพลีใหญ่ สมุทรปราการ องค์ที่สามไปอยู่วัดบ้านแหลม แม่กลอง

บริเวณที่ตรงที่พระสามองค์ลอยน้ำ เรียกกันว่า “สามพระทวน” ตอนนี้กลายเป็นชื่อ “สัมปทวน”

พระพุทธรูปอีกองค์ ที่ลอยกลางแม่น้ำเจ้าพระยา แถวกรุงเทพฯ องค์นี้ใหญ่ ใหญ่แค่ไหน ก็ขนาดต้องใช้คนสามแสนช่วยกันฉุดก็ยังฉุดไม่อยู่

ริมแม่น้ำบริเวณที่คนสามแสนช่วยกันฉุดพระ เรียกกันว่า สามแสน ตอนนี้ เพี้ยนเป็นสามเสน

เรื่องพระพุทธรูปลอยน้ำประดามีเหลานี้ มีเค้ามาจากเรื่องจริงสมัยรัชกาลที่ 1 หลวงท่านนิมนต์พระพุทธรูปสำคัญ ขึ้นแพลอยน้ำมาจากภาคเหนือ ครั้งหนึ่ง สมัยรัชกาลที่ 3 ก็อีกครั้งหนึ่ง

ถ้ารวมสมัยรัชกาลที่ 5 ถือเป็นครั้งที่สาม

ครั้งนี้มีภาพถ่ายพระพุทธชินราช องค์จำลองหล่อข้างโบสถ์พระพุทธชินราชองค์จริง ที่วัดใหญ่เมืองพิษณุโลก ขึ้นแพมาเทียบท่าน้ำริมเจ้าพระยา นิมนต์มาเป็นพระประธานโบสถ์วัดเบญจมบพิตร

ภาพถ่ายพระบนแพทำให้มโนได้ เรื่องพระพุทธรูปแสดงปาฏิหาริย์ลอยน้ำ โดยเฉพาะองค์ที่ใหญ่ถึงขั้นคนสามแสนคนฉุดไม่ไหว นั้น... แตกหน่อต่อยอดมาจากเรื่องพระพุทธรูปที่ลอยน้ำมาบนแพเหลานี้นี่เอง

ปาฏิหาริย์พระพุทธรูปเรื่องต่อมา คือท่านพูดได้

สมัยรัชกาลที่ 6 มีข่าวเล่าลือกันว่า พระนอนวัดป่าโมกข์ เมืองอ่างทอง พูดได้

ในหลวงท่านสั่งให้รายงาน เท่าที่อ่านจากเอกสาร เรื่องราวและลีลาที่พระพุทธรูปพูดตอบโต้ เหมือนชาวบ้านนอกธรรมดา ไม่ส่อเค้าเป็นคำพูดพระผู้เป็นสัพพัญญูแต่ประการใด

อีกเรื่องเก่ากว่า เขียนไว้ในพงศาวดารเลยทีเดียว คือพระอจนะ วัดศรีชุม สุโขทัย

พระอจนะ สร้างสมัยพ่อขุนรามคำแหง วัสดุปูนปั้น แกนในเป็นอิฐและศิลาแลง หน้าตักกว้าง 11.30 เมตร สูง 15 เมตร มณฑปที่คลุมองค์พระ ผนังสร้างไว้เป็นพิเศษสองชั้น กว้างพอให้ตัวคนเดินลอดขึ้นไปพระเศียรองค์พระ

ส่วนเพดานอุโมงค์ มีภาพชาดก สลักบนหินชนวน 50 แผ่น

อุโมงค์ที่จงใจสร้างอย่างวิจิตรบรรจงนี้ นักวิชาการถือเป็นกรณีศึกษาสำคัญพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เล่าไว้ว่า เมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงนำกองทัพเสด็จไปปราบกบฏเมืองสวรรคโลก และเมืองพิชัย ทรงพักทัพทำพิธีบวงสรวงพระอจนะ ที่วัดศรีชุม

ครั้งนั้น มีเรื่องกล่าวกันว่า มีเสียงพูดเป็นคำอวยชัยออกมาจากองค์พระ ความอัศจรรย์ครั้งนี้มีผลต่อขวัญกำลังใจอย่างยิ่งต่อนักรบไพร่พลที่รบชนะจนถึงขั้นกู้ชาติได้ในเวลาต่อมา

บ้านเมืองเราตอนนี้ เผชิญปัญหาหนักหนาสาหัส หวังจะพึ่งผู้นำก็พึ่งไม่ได้

ดูเอาเถอะ! ขนาดผ้าคาดปากยังลืมง่ายๆทั้งๆที่ตัวเอง พูดเตือนชาวบ้านปากเปียกปากแฉะ

เมื่อผู้นำพึ่งไม่ได้ เหลือทางเดียวคือต้องหันหน้าไปพึ่งพระ แต่ก่อนไปก็ต้องคิดให้ดีๆ พระพุทธรูปพูดได้ สมัยนี้คงไม่มี กุศโลบายแยบยลสไตล์นี้ ใช้ได้สมัยโบราณ สมัยนี้ใช้ไม่ได้ผล

พึ่งพระพุทธไม่ได้ ก็คงต้องพึ่งพระสงฆ์ แต่อย่าเผลอไปเจอพระบ้า ประเภทชวนตัดคอถวายเป็นพุทธบูชา จะทุกข์หนักเข้าไปอีก.

กิเลน ประลองเชิง

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
มังกือ

ออกไปเหอะ

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

เหม็นเบื่อหน้าไอ้เห้ตู่

ไม่

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0