“หลุด” มาจาก “ภายใน” ยังตีหน้ามึน !!!

“หลุด” มาจาก “ภายใน” ยังตีหน้ามึน !!!

เงา ความหงุดหงิด จาก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาการ เปราะบาง

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/news_6369277

29 เม.ย. 2564 - 08:43 น.
 
 
 
คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง

เงา ความหงุดหงิด – ข่าวความหงุดหงิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อเสียง“นินทา” สำคัญและแหลมคม

แหลมคมเพราะว่าเสียง“นินทา” นั้นเป็นเสียงนินทาอันมาจากบรรดา“รัฐมนตรี”อันถือได้ว่าเป็น “ลูกน้อง” หรือ “ผู้ใต้บังคับบัญชา”ของนายกรัฐมนตรี

“แหลมคม” เพราะ “นายกรัฐมนตรี” รู้ได้อย่างไร

ที่ “แหลมคม” และชวนให้ “ใจหาย” ยิ่งกว่านั้นก็คือ ข่าวและความหงุดหงิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลุดออกมาจากที่ประชุมได้อย่างไร

ทั้งๆที่เป็นที่ประชุม “คณะรัฐมนตรี”

การปรากฏขึ้นของข่าว“ความหงุดหงิด”ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นไปอย่างยอกย้อน

ยอกย้อนเพราะไม่มีใครเชื่อว่า เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปรารภเรื่องนี้ขึ้น ไม่ว่าในวงแคบ ไม่ว่าในวงกว้างต่อรัฐมนตรีในระดับไหน

 

เด่นชัดว่าไม่ต้องการให้“หลุด”ออกไปภายนอก

 

แต่พลันที่ทั้ง “ข่าวสด” และ “มติชน” พาดหัว “ฉุน รมต.นินทา-บิ๊กตู่ฮึ่ม ปรับออก” หรือ “บิ๊กตู่ฉุน รมต.-นินทา-ขู่เขี่ยทิ้ง” ก็มิได้เป็นเรื่องในวงแคบๆ ซะแล้ว

เพราะเป็นความฉุนถึงระดับจะ“ปรับออก”

ถามว่าอำนาจและความแข็งแกร่งของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีหรือไม่

ตอบได้เลยว่า อำนาจและความแข็งแกร่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครองความเหนือกว่าอำนาจและความแข็งแกร่งของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แน่นอน

เพราะเป็นทั้ง “นายกรัฐมนตรี” และ “หัวหน้า ศบค.”

ไม่ว่าจะมองไปยังบรรดารัฐมนตรีอันมาจากพรรคการเมือง อันมาจาก “การเลือกตั้ง” ไม่ว่าจะมองไปยังบรรดา “ข้าราชการประจำ” ที่พร้อมจะกุมเป้าโดยอัตโนมัติ

ใครไหนเล่าจะแข็งแกร่งยิ่งกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

แม้จะมากด้วยอำนาจ แต่ข่าวความหงุดหงิดที่ “หลุด” ออกมาถือได้ว่า“ท้าทาย”

เพราะในความหงุดหงิดแม้จะเป็นการแสดงอำนาจและความแข็งแกร่ง แต่อำนาจและความแข็งแกร่งนี้ก็เปราะบางและอ่อนแอเป็นอย่างมาก

เนื่องจาก “หลุด” มาจาก “ภายใน”

*****

**********

*****************

 

ข่าวข้น คนเข้ม : ระบบรัฐบาลล่ม ระบบบริหารพังแล้ว ‘ระบบสาธารณสุข’ อย่าได้พัง

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/in-the-news/news_6367132

29 เม.ย. 2564 - 03:42 น.
 
 
 

หนังสือพิมพ์ข่าวสด หนังสือพิมพ์เติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ Khaosod ข่าวสด สื่อออนไลน์ยอดนิยมอันดับหนึ่ง ยอดติดตามมากที่สุดขยับใกล้ 17 ล้านฟอลโลเวอร์ส ยอดถูกใจกว่า 14 ล้านไลก์ ฉบับนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พุทธศักราช 2564 แรม 3 ค่ำ เดือน 6 ปีฉลู …*

สถานการณ์ “โควิดกินประเทศ” มาไกลขนาด นายกรัฐมนตรี โดนจับปรับ 6 พัน ฐานฝ่าฝืนประกาศบังคับใส่หน้ากากอนามัย แถมเป็นผู้กระทำผิดรายแรกของกทม.เสียด้วย ขณะที่ รมต.สาธารณสุข โดนกระแสโซเชี่ยล “ไม่ทน” พรึบเดียวยอดไล่เกินแสน 3 วันทะลุ 2 แสน แล้วจะยังมีความหวังอะไรให้เชื่อมั่นว่า “เราจะชนะ” ไปด้วยกัน …*

เห็นวิธีทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่แปลกใจทำไมเป็นฝ่ายไล่ตามวิกฤตปัญหา เจ้าสัว-40 ซีอีโอ มอบแบบฝึกหัดวิธีบริหารจัดการ ให้การบ้านเรื่องวัคซีน ตั้งแต่ 19 เม.ย. กว่านายกฯ ควบผอ.ศบค.จะได้ฤกษ์ร่วมโต๊ะรับ-แลกเปลี่ยน-นำไปปฏิบัติก็ 28 เม.ย. ว่างเปล่า “9 วัน” เต็มๆ ขอชื่นชมบรรดาเจ้าสัว-ซีอีโอที่อดทนระดมสมองแรงกายใจช่วย “ซีอีโอประเทศไทย” มาได้ถึงวันนี้ ?! …*

บุคลากรทางการแพทย์ “ด่านหน้ากำลังหลัก” ซึ่งเจ้าใหญ่นายโตบอกจะได้ฉีดวัคซีนก่อนอย่างทั่วถึง เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ตอนนี้ยังได้ฉีดจำนวนไม่มาก ส่งผลให้ หมอ-พยาบาล-จนท. ติดเชื้อ-ต้องกักตัวเพิ่มทุกวัน และมีเสียชีวิตด้วย ขณะที่สถานการณ์ระบาด ติดเชื้อนิวไฮทุกวัน ยอดตายพุ่งระดับ 15 รายต่อวัน กลุ่มเสี่ยงไม่มีที่ตรวจ คนป่วยไม่มีร.พ.รองรับ เสียชีวิตเพราะรอรักษาศพแล้วศพเล่า …*

ระบบรัฐบาลล่ม ระบบบริหารพังไปแล้ว “ระบบสาธารณสุขไทย” แข็งแกร่งมาตลอด ผ่านวิกฤตโรคระบาดใหญ่ๆ ซาร์ส-หวัดนก อย่าง ลือเลื่อง อย่าได้ “ล่ม-พัง” กับโควิดเลย สาธุ ประวัติศาสตร์จะจารึก ใครเป็น ผู้บริหารประเทศ ใครเป็น หมอใหญ่ …*

 

“บังคับสวมแมสก์” ผู้ว่าฯหลายจังหวัดใช้อำนาจบังคับประชากรในจังหวัด ท่ามกลางความกังวลเรื่องเจ้าหน้าที่ “ฉวยโอกาส” จ่ายไม่มีใบเสร็จคุยกันได้ ถ้าไปจ่ายโรงพักหรือเขต อาจโดนขั้นสูงสุด 2 หมื่น บรรดาผู้มีวิสัยทัศน์มอง กว้างๆ ลึกๆ แล้วเสนอว่า “ไล่แจก” แทน “ไล่จับ” ดีกว่ามั้ย …*

 

อีกไม่กี่วันจะเข้าสู่เดือนพ.ค. ซึ่งมี “2 กิจกรรมใหญ่” เสี่ยงเกิดคลัสเตอร์ระบาดรุนแรง นั่นคือ ทหารเกณฑ์ ผลัดใหม่ เข้าประจำการ 1 พ.ค. และ นักเรียนทั่วประเทศ เปิดเทอม กลางพ.ค. ล่าสุด ศธ. ตัดสินใจเลื่อนเปิดเทอมไปเป็น 1 มิ.ย. ส่วนกองทัพรอประชุมสภากลาโหมตัดสินภายในสัปดาห์นี้ …*

อาชญากรปล้นร้านทอง จี้ร้านสะดวกซื้อ ยังเกิดถี่ยิบ เป็นเครื่องชี้วัดปากท้องประชาชน แม้ตำรวจยุค บิ๊กปั๊ด สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ที่มี บิ๊กใหม่ สุชาติ ธีระสวัสดิ์ คุมงานด้านสืบสวนปราบปราม ตามจับได้เร็ว ปิดคดีได้ไว แต่หน้าที่ตำรวจ คือการแก้ปัญหาที่ ปลายเหตุ …*

 

 

 
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0

3 ความเห็น

 
ICT

ยังตีหน้ามึน!
ต่อให้อนุทินจะลาออกไป เเต่คนที่ต้องรับผิดชอบตัวจริงก็ยังอยู่ เเถมยังทำหน้ามึน ไม่สวมหน้ากาก เป็นตัวอย่างไม่ดีอีกต่างหาก

พฤหัสบดีที่ 29 เมษายน 2564 เวลา 11.00 น.
ก็ใช่นะ ไทยไม่ใช่ชาติร่ำรวย แต่ก็ไม่ได้ยากจนอะไรมากนัก ไม่งั้นจะมีเงินหลายแสนล้านไปซื้ออาวุธเพิ่มได้ทุกปีเรอะ แม้แต่เรือดำน้ำที่ถูกต่อต้านหนักก็ยังซื้อตั้ง 3 ลำ เอาไว้อวดชาวโลก เพราะฉะนั้นเงินที่จะซื้อวัคซีนจะกี่ร้อยล้านโด๊ส
จึงไม่ใช่ปัญหา
มีเงินพอแน่นอน ที่เหลือจึงเป็นฝีมือบริหารจัดการมากกว่าทุกเรื่อง ความหลงตนจากโควิดรอบแรกที่ได้รับคำชื่นชม ทำให้ รัฐบาลชุดนี้เกิดความลำพองใจ และเริ่มไม่เห็นใครในสายตา ขณะที่รอบสอง เกิดสั้น ๆ ในพื้นที่ชัดเจน ทำให้ผ่านพ้นวิกฤติได้ แต่เมื่อเจอโควิดรอบ 3 ที่เชื้อกลายพันธุ์เป็น B117 จากอังกฤษที่แพร่ได้เร็วกว่าเดิมสองเท่า และไม่แสดงอาการ มีซูเปอร์สเปรดเดอร์จากทองหล่อ ที่คนในรัฐบาลก่อกรรมเอง
รัฐบาลก็เอาไม่อยู่ กลายเป็นมหาวิกฤติแท้จริง
ตัวเลขติดเชื้อเกินวันละสองพัน ตัวเลขคนตายเพิ่มอย่างรวดเร็ว มีคนป่วยรอเตียงนอนตายที่บ้านติด ๆ กัน กลายเป็นภาพบีบคั้นหัวใจจนประชาชนยากจะรับได้ ล่าสุดคือเคสอาม่า 3 คนที่รอเตียงจนพี่สาวคนโตตายต่อหน้าต่อตา ยังมีอดีตนักกีฬาที่นอนรอเตียง 5 วัน ต้องตายอย่างเดียวดาย การตายเพราะไม่มีเตียงเกิดขึ้นรายวัน แต่รัฐบาลกลับประกาศ เตียงพอ เตียงพอ หรือพอแต่พวกเซเล็บ ขอบอก ตอนนี้คนไทยกำลังโกรธและเข้าข่ายเกลียดรัฐบาลไปแล้ว เพราะแม้ประชาชนจะการ์ดไม่ตกจนตัวตาย แต่มันไม่ใช่คำตอบแล้ว
คำตอบเดียว คือ คนไทยต้องได้ฉีดวัคซีนที่มากพอ
ตัวเลขคนไทยที่ได้ฉีดวัคซีน 2 เดือน ระดมไปได้แค่ล้านต้น ๆ เพราะความจริง คือไทยมีวัคซีนไม่พอ อย่างที่เกริ่นไว้ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับรวยจน ชิลี เป็นตัวอย่างดีสุด ไม่ได้รวย จนกว่าไทยด้วยซ้ำ แต่ชิลี มีวัคซีนในมือ 90 ล้านโด๊ส มีทุกยี่ห้อที่ไทยกำลังขอซื้ออยู่ จาก COVAX ของยูเอ็นที่อาเชียนทุกชาติเข้าร่วม แต่ไทยไม่สน อ้างเลือกวัคซีนไม่ได้ ก็กำลังจะได้มาอีก 8 แสนโด๊ส

นี่คือรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ คาดการณ์ถูกต้อง มีฝีมือ ข้อสำคัญเห็นหัวประชาชน
เพราะถ้าไม่ทำ ประธานาธิบดี เซบาสเตียน ปินเญรา จะอยู่ไม่ได้ ต้องโดนขับไล่พ้นเก้าอี้ ผิดกับรัฐบาลไทยที่ยังไงก็อยู่ได้เพราะมีทุกกองทัพ และ ส.ว. 250 คนพร้อมสนับสนุนให้อยู่จนตายคาเก้าอี้ นี่คือโครงสร้างการเมืองที่ถูกล็อกเอาไว้ ภายใต้ รธน.อัปยศ ปี 2560 แต่มาโป๊ะแตกเห็นความห่วยแตกของรัฐบาล เมื่อเจอมหาวิกฤติโควิดรอบ 3
โอเค ในสถานการณ์ เจ้าสัวใหญ่ กับ 40 ซีอีโอบริษัทยักษ์ใหญ่ที่กุมอำนาจเศรษฐกิจไทยอยู่ ก็แน่นอน พวกนี้ไม่อาจปล่อยให้ปัญหาวัคซีนพาตัวเองไปสู่ความพังทลายของธุรกิจได้ ซึ่งอีกด้านคือการพังทลายของเศรษฐกิจไทยด้วย แม้ความจริงอีกอย่างคือ หลายบริษัทได้สั่งซื้อวัคซีนไว้แล้วเพื่อนำมาฉีดให้คนของตน แต่นำเข้ามาไม่ได้ เพราะรัฐบาลไม่ยอม
จึงต้องจับมือบีบคอ จนรัฐบาลยอมให้นำเข้ามาเพิ่มอีก 30 ล้านโด๊สในที่สุด และก็ถือเป็นอานิสงส์กับคนทั่วไปด้วย ที่จะมีทางเลือกมากขึ้นในการเข้าถึงวัคซีน ไม่ต้องรอแต่วัคซีนจากรัฐบาลเท่านั้น
มันชัดเจนแล้วว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลประเมินทุกอย่างพลาดไปหมด พอเอกชนออกมาบีบเท่านั้น อนุทิน ชาญวีรกูล ก็พร้อมไปกราบไฟเซอร์ขอซื้อวัคซีน 10 ล้านโด๊ส สารพัดกฎที่เข้มงวด ก็ไม่ต้องแล้ว ไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือ ก็ใช้ พ.ร.บ.การจัดซื้อฉุกเฉินได้ แล้วทำไมไม่ทำก่อนหน้านั้น หรือมีวาระซ่อนเร้นไว้
ในภาพรวมรัฐบาลบอกจะหาวัคซีน 100 ล้านโด๊ส มาฉีดให้คนไทย 40 ล้านคน แต่ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป แผนการฉีดวัคซีนจะต้องสมบูรณ์ว่า ใครจะได้ฉีดเมื่อไหร่ ที่ไหน ต้องฉีดให้ได้วันละ 3 แสนเป็นอย่างต่ำ และระหว่างนี้รัฐบาลควรทุ่มเงินซื้อชุดตรวจโควิดฟรีแจกแบบที่อังกฤษทำอยู่ พร้อมคู่มือหากต้องกักตัวดูแลตัวเองที่บ้าน พร้อมจัดทีมอาสาสมัครให้พร้อม เมื่อเอกชนยื่นมือมาช่วยทุกอย่างแล้ว ไม่มีข้อแก้ตัวอะไรทั้งสิ้น

สุดท้าย บอกตรง ๆ เห็นใจอนุทินที่โดนหมอไม่ทนระดมชื่อกว่า 2 แสน จี้ให้ลาออก ทั้งที่คนต้องรับผิดชอบตัวจริง คือคนชื่อ “ตู่” ต่างหาก แต่ยังทำหน้ามึน แถมไม่สวมหน้ากาก เป็นตัวอย่างไม่ดีอีกต่างหาก

แต่ก็นี่ล่ะ ประเทศกรูมีจริง ๆ.

----------------------
ดาวประกายพรึก

... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/article/839906

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT

https://bangkok-today.com/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b2%...

ตายคาบ้านอีกกี่ศพ… “ประยุทธ์” ถึงจบในรุ่นเรา??

 ตายคาบ้านอีกกี่ศพ… “ประยุทธ์” ถึงจบในรุ่นเรา??

“สร้างสถิติรัฐบาล ทำประชาชนตายคาบ้าน ยังไม่สำนึก”

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ อำนาจเต็มมือเต็มร้อยมาตลอด แต่ฝีมือความสามารถไม่ถึง-กลับไม่รู้สึก

วันนี้..คนตายมีอีก ๑๕ คน ..ไม่ได้ลดน้อยถอยลง หลังกวาด และ ซิวอำนาจจากรัฐมนตรีร่วมพรรค ยึดอำนาจ “๓๑ พรบ.” มาคุมเห้ยนเตียน

ทั้ง “ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์” ที่ยอมคายอำนาจ สำรอก ขย้อนอำนาจที่กลืนกินลงไปในทางปาก..ใส่มือประเคนให้ “พล.อ.ประยุทธ์” เพราะต้องการชิ้นเค้กในการแบ่งงบประมาณ หรือไม่ก็รู้ว่า เอาอำนาจไป ก็ยากกระเตื้อง

“ซีซ่าร์” คิดว่ามีอำนาจสุดในกรุงโรม..สุดท้ายก็ตายอย่างสาสม ด้วยกลุ่ม-นักการเมือง

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“อึ่งอ่างที่พองตัว ไม่รู้ดีชั่ว ท้องก็ต้องแตก”

 

“เสพอำนาจ” ไม่ยอมคาย ยังกอบโกยเข้าไปอีก ยิ่งทำให้ตัวเอง –เพิ่มความเหลวแหลก

“วัฒนา เมืองสุข” กระตุกต่อม “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ ว่า “ปี ๒๕๕๗ ยึดอำนาจทำบ้านเมืองยับเยิน พอเลือกตั้ง ได้เป็นหัวหน้ารัฐบาล ตั้งตัวเองเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ กู้เงินจนติดเพดาน แต่คนรวยกระจุกจนกระจาย

เกิดโควิด เพิ่มฤทธิ์เดชให้ตัวเองเป็น “หัวหน้า ศบค.” จนระบาดรอบ ๓ คงกลัวจะไม่บรรลัย เลยยึดอำนาจตามกฎหมายทั้งหมดมาแก้ปัญหาโควิด..ที่ “ประเทศไทย” ถูกโดวิดงาบ เพราะฝีมือไร้คุณภาพ ของ “พล.อ.ประยุทธ์”

เป็นหัวหน้ามาทุกส่วนอำนาจ…แต่เป็นผู้ไร้ความสามารถ-ที่สุด

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“กฎหมายมีช่อง..เล่นงานพล.อ.ประยุทธ์หงายท้อง ให้ถูกจับ”

ความเป็น “นายกรัฐมนตรี” ซึ่งเป็น “ผู้นำที่สูงสุดของประเทศ” แก้ปัญหาอย่างไม่ใช่มืออาชีพ จนประชาชนตายจาก “โควิด” ไปร่วมหลายร้อยศพแล้ว เมื่อเกิดความผิด ต้องเล่นงานกันได้-ขอรับ

ลูกเขาเมียใครต้องมาตาย เพราะความขาดวิสัยทัศน์ ในการสรรหา “วัคซีน” มาฉีดให้กับคนไทย..เพราะไปคิดเพ้อละเมอฝัน ว่า “ประเทศไทย” คุมควบโควิดได้เป็นอย่างดี ..ซึ่งเป็นการคิดผิด สร้างความวิกฤตให้ชาติ

“วัคซีน” เท่านั้นเป็นมาตรฐานเดียว ในการเอา “โควิด” ได้อยู่..ไม่ใช่ความคิด ของ “นายกรัฐมนตรี” ว่าใช้อำนาจสั่งคุม จึงปราบโควิดได้ ..ผลสุดท้ายเมื่อ “พล.อ.ประยุทธ์” ไม่สั่งวัคซีนมา “ประเทศไทย” จึงงอมพระราม

ความผิดเข้าฝัก..ต้องเล่นโทษให้หนัก-เอาเสียให้คว่ำ

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“ความคิดใหม่ๆ ไม่เคยโผล่..ไม่อยากเห็นการโชว์โง่ ที่ผ่านมา”

ถามว่า ดำริ ที่คิดไตร่ตรอง กรองผ่านมันสมองทางศีรษะนั้น  มันเกิดประโยชน์แท้จริง ตรงไหน-ละหว่า

แจก“คนละครึ่ง” มันทำให้ประชาชนไปถึงฝั่ง การอยู่ดีกินดีที่ไหน ไม่ได้ช่วยยกมาตรฐาน ฐานะคนไทยให้ดีขึ้น เหมือนกับการให้ “คนไทยมีงานทำขึ้นมาเลย”

“เงิน ๔ แสนล้านบาท” ช่วงที่จะชักจูง “นายทุนต่างชาติ” เข้ามาตั้งโรงงาน..ควรแจกเป็น “เงินสด” เข้าบัญชีประชาชนทุกคนดีกว่า..อย่างไรก็ตาม, “ระบอบประยุทธ์” ดึงนักลงทุนเข้ามายาก เพราะกฎหมายเลือกปฏิบัติ

นักลงทุนต้องการกฎที่เป็นธรรม..ไม่ใช่กฎหมายกระด่างกระดำ-จากอำนาจปฏิวัติ

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“ประยุทธ์ยังเป็นประยุทธ์ เป็นจุดอ่อนของแผ่นดิน”

ถ้าคิดว่า ยังจะหา “วัคซีน” มาฉีดให้กับคนไทย ๖๖ ล้านคนได้จริง..ทำไมถึงไม่สั่งมาแต่เนิ่น..ปล่อยให้คนไทยรอความตาย กันอย่าง-สูญสิ้น

สิ่งใดที่กระทำ ผ่านความคิด “พล.อ.ประยุทธ์” นั้น..ต้องเลิกยกเทกระจาด ห้ามใช้อำนาจเหมือนที่ผ่านมาอีกเลย..

เพราะถ้าเป็นเรื่องดี บ้านเมืองเราจะเข้าวิกฤต เป็นอันตรายมากที่สุดในรอบ ๒-๓๐๐ ปีกระนั้นเหลือ..วันนี้ “พล.อ.ประยุทธ์” ยังเชื่อว่า ตนเองหา “วัคซีน” มาฉีดให้คนไทยอย่างเพียงพอ แต่หาที่ไหน มาเมื่อไหร่ ยังเงียบ

ผลงานหาได้ยาก..แต่ถ้าเรื่องปาก-ต้องบอกว่าเฉียบ

“กะพรุนไฟ”

๒๙ เมษายน ๒๕๖๔

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

เหม็นเบบื่อหน้าไอ้เห้ตู่โคคตรตอแหล

อ้วก

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0